ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา มีผลให้ปริมาณการเดินทางบนทางหลวงสายหลักสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางหลวงสายหลักที่เชื่อมต่อการเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังภูมิภาคต่างๆ ไม่สามารถรองรับปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ กรมทางหลวงจึงมีแผนในการพัฒนาโครงข่ายระบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง โดยได้นำเสนอแผนแม่บทการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของประเทศไทย และคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแผนแม่บทฯ ดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2540 ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการให้ได้ตามกำหนดในระยะเวลา 20 ปี
 |
คลิ๊กบนภาพเพื่อดูแผนที่ขนาดใหญ่ |
ปัจจุบันทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 บางปะอิน-นครสวรรค์ ซึ่งเป็นทางสายหลักสายหนึ่งที่จะเดินทางไปยังภาคเหนือ มีปริมาณจราจรเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีปริมาณจราจรค่อนข้างหนาแน่น ส่งผลให้มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูง นอกจากนี้ผิวทางยังได้รับความเสียหายจากการที่มีรถบรรทุกเข้ามาใช้เส้นทางนี้ค่อนข้างมาก ในระยะสั้นรัฐบาลจึงได้แก้ปัญหาโดยได้อนุมัติงบประมาณให้ขยายผิวจราจรของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 จากเดิม 4 ช่องทางจราจรเป็น 8 ช่องทางจราจร โดยจะเริ่มลงมือการก่อสร้างโดยใช้งบประมาณในปี 2548 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2550
อย่างไรก็ตาม การขยายช่องทางจราจรเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาการรองรับปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะสั้น สำหรับการแก้ไขปัญหาการจราจรระยะยาว กรมทางหลวงจำเป็นต้องมี โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน นครสวรรค์ เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการขยายตัวด้านการค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางให้รวดเร็ว ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองซึ่งเป็นทางหลวงที่มีการควบคุมทางเข้าออกอย่างสมบูรณ์แบบไม่มีจุดตัดทางแยก รถสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูงและสม่ำเสมอ มีความปลอดภัย และเป็นทางเลือกอีกเส้นทางหนึ่งสำหรับการเดินทาง
|