ข้อมูลทั่วไป ความก้าวหน้าโครงการ ข่าวประชาสัมพันธ์
ร้องเรียน-เสนอแนะ คำถามที่ถามบ่อย กลับสู่เว็บไซต์ของกรมทางหลวง
 

 

กรมทางหลวงจัดสัมมนาเพื่อแจ้งผลการศึกษาความเหมาะสมฯ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครสวรรค์ (04/01/51)

กรมทางหลวง จัด สัมมนาสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครสวรรค์ ในวันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2551 เวลา 9.00 -13.00 น. ณ ห้องดุสิตารมเยศ 2 โรงแรมพิมาน จังหวัดนครสวรรค์ โดยมี นายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธาน และวันศุกร์ที่ 4 มกราคม 2549 เวลา 9.00-13.00 น. ณ ห้องการะเกด โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายเพิ่มศักดิ์ สีทองสุรภณา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธาน


ในการสัมมนาครั้งนี้ ได้นำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครสวรรค์ ซึ่งได้ดำเนินการศึกษา แนวเส้นทางที่มีความเหมาะสม มากที่สุด ระยะทางรวมประมาณ 206 กม. โดยแนวเส้นทางช่วงต้นของโครงการเป็นเส้นทางตัดใหม่ ระยะทาง 10.1 กม. จุดเริ่มต้นโครงการจะเบี่ยงออกจากถนนวงแหวนรอบนอก ฝั่งตะวันออก บริเวณบ้านคลองสอง อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปทางด้านทิศตะวันออก โดยมีรูปแบบเป็นทางหลวงพิเศษขนาด 8 ช่องจราจร หลังจากนั้น จะเข้าสู่แนวเส้นทางช่วงกลางซึ่งจะเบี่ยงเข้ามาใช้เขตทางของทางหลวงหมายเลข 32 หรือทางหลวงสายเอเชีย บริเวณบ้านหว้า อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปจนถึงบ้านดอนเดื่อ อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ระยะทาง 135.5 กม. โดยรูปแบบของทางหลวงพิเศษในช่วงกลางนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นทางหลวงพิเศษขนาด 6-8 ช่องจราจร และสร้างทางหลวงแผ่นดินทดแทน ขนานกับทางหลวงพิเศษตลอดเส้นทาง พร้อมจุดกลับรถอย่างเพียงพอสำหรับการจราจรท้องถิ่นและผู้ที่ไม่ต้องการใช้ทางหลวงพิเศษ หลังจากนั้นจะเป็นแนวเส้นทางตัดใหม่ ช่วงปลายโครงการ ระยะทาง 60.5 กม. จากจังหวัดชัยนาทจะอ้อมผ่านตัวอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ไปทางด้านตะวันตก มีจุดสิ้นสุดโครงการไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 117 บริเวณบ้านบึงน้ำใส อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โดยออกแบบเป็นทางหลวงพิเศษขนาด 4 ช่องจราจร


ตลอดการศึกษาโครงการที่ผ่านมา ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การสัมมนาปฐมนิเทศโครงการ การเข้าพบหารือและประชุมกลุ่ม องค์กร บริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการ การสัมมนาสรุปผลการคัดเลือกแนวเส้นทาง การประชุมกลุ่มประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากโครงการ และสุดท้ายคือ การสัมมนาสรุปผลการศึกษา ความเหมาะสมของโครงการ ซึ่งความคิดเห็นที่ได้รับ กรมทางหลวงได้นำมาปรับปรุงการศึกษาให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด


จากผลการศึกษาพบว่าโครงการมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง (EIRR = 19.45%) ซึ่งภายหลังการศึกษาความเหมาะสมของโครงการแล้วเสร็จ จะได้มีการนำเสนอกระทรวงคมนาคม สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติดำเนินโครงการ โดยจะมีการออกแบบรายละเอียด การออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน การจัดทำผัง เขตทางและสำรวจรายละเอียดอสังหาริมทรัพย์ การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ก่อนจะถึงขั้นตอนการดำเนินการก่อสร้าง โดยระยะแรกควรก่อสร้างจากจุดเริ่มต้นโครงการถึงอ่างทอง ระยะทาง 53.5 กม. และจากนั้นจึงจะก่อสร้างจากอ่างทองถึงนครสวรรค์อีก 152.6 กม.

ทางหลวงพิเศษสายนี้ จะเปิดมิติใหม่ในการเดินทางจากกรุงเทพมหานครสู่ประตูภาคเหนือ ด้วยการแยกการจราจรระหว่างการจราจรทางไกลและการจราจรท้องถิ่น ด้วยการควบคุมการเข้า-ออกอย่างสมบูรณ์ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ความเร็วได้คงที่ นำมาสู่การประหยัดเชื้อเพลิง กำหนดเวลาในการเดินทางได้ และเป็นเส้นทางที่จะนำประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางทางด้านการคมนาคมและการขนส่ง และเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต


กำหนดการสัมมนาสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมฯ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครสวรรค์ (15/12/50)

กรมทางหลวงเตรียมจัดสัมมนาสรุปผลการศึกษาของการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครสวรรค์ ซึ่งเป็นการสัมมนาครั้งที่ 3 ของโครงการ ในวันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2551 เวลา 9.00 -13.00 น. ณ ห้องดุสิตารมเยศ 2 โรงแรมพิมาน จังหวัดนครสวรรค์ และวันศุกร์ที่ 4 มกราคม 2549 เวลา 9.00-13.00 น. ณ ห้องการะเกด โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีรายละเอียด ดังนี้

กำหนดการสัมมนาครั้งที่ 3 “การสัมมนาสรุปผลการศึกษา”
การศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม
โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครสวรรค์
วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2551 เวลา 09.00-13.00 น.
ณ ห้องดุสิตารมเยศ 2 โรงแรมพิมาน จังหวัดนครสวรรค์

09.00 - 09.30 น.

ลงทะเบียนเข้าร่วมการสัมมนา

09.30 - 09.40 น.

นายสุรจิต ทิพยเกษร ผู้อำนวยการกลุ่มงานสิ่งแวดล้อม สำนักวางแผน กรมทางหลวง กล่าวรายงานการสัมมนา

09.40 - 09.50 น.

ประธานกล่าวเปิดการสัมมนา

09.50 - 10.20 น.

นำเสนอผลการศึกษา

  • สรุปความเป็นมาของโครงการและขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม
  • สรุปผลการศึกษาด้านวิศวกรรมและการออกแบบเบื้องต้น ด้านวิศวกรรม
  • สรุปผลการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน
  • สรุปผลการศึกษาด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประชาสัมพันธ์โครงการ
  • แผนการพัฒนาโครงการ

โดย นายชาญชัย ก่อเกิดวิบูลย์ วิศวกรการทาง และ นางเปรมวณี ปรีดาพันธุ์ ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด

10.20 - 10.40 น.

รับประทานอาหารว่าง

10.40 – 11.40 น.

แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมสัมมนา
โดย นายสุรจิต ทิพยเกษร ดำเนินรายการ

11.40 - 11.50 น.

ประธานกล่าวปิดการสัมมนา

11.50 – 13.00 น.

รับประทานอาหารกลางวัน

 

กำหนดการสัมมนาครั้งที่ 3 “การสัมมนาสรุปผลการศึกษา”
การศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม
โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครสวรรค์
วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2551 เวลา 09.00-13.00 น.
ณ ห้องการะเกด โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

09.00 - 09.30 น.

ลงทะเบียนเข้าร่วมการสัมมนา

09.30 - 09.40 น.

นายสุรจิต ทิพยเกษร ผู้อำนวยการกลุ่มงานสิ่งแวดล้อม สำนักวางแผน กรมทางหลวง กล่าวรายงานการสัมมนา

09.40 - 09.50 น.

ประธานกล่าวเปิดการสัมมนา

09.50 - 10.20 น.

นำเสนอผลการศึกษา

  • สรุปความเป็นมาของโครงการและขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม
  • สรุปผลการศึกษาด้านวิศวกรรมและการออกแบบเบื้องต้น ด้านวิศวกรรม
  • สรุปผลการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน
  • สรุปผลการศึกษาด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประชาสัมพันธ์โครงการ
  • แผนการพัฒนาโครงการ

โดย นายชาญชัย ก่อเกิดวิบูลย์ วิศวกรการทาง และ นางเปรมวณี ปรีดาพันธุ์ ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด

10.20 - 10.40 น.

รับประทานอาหารว่าง

10.40 – 11.40 น.

แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมสัมมนา โดย นายสุรจิต ทิพยเกษร ดำเนินรายการ

11.40 - 11.50 น.

ประธานกล่าวปิดการสัมมนา

11.50 – 13.00 น.

รับประทานอาหารกลางวัน

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมข้อมูลได้ที่

ประชาสัมพันธ์โครงการ
โทรศัพท์ 0-2509-9091-2 ต่อ 108, 08-1406-9399

ด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และการเงิน
โทรศัพท์ (02) 509-9000-31 ต่อ 1321

ด้านสิ่งแวดล้อม
โทรศัพท์ (02) 509-9000-31 ต่อ 2314



ประชาชนตอบรับสร้างมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครสวรรค์ แต่ขยายสายเอเซียเป็น 8 เลนก่อน เพื่อบรรเทาปัญหาจราจร (17/02/49)

สรุปผลการคัดเลือกแนวเส้นทางมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครสวรรค์ ใช้แนวตามทางหลวงสายเอเซีย ช่วงบางปะอิน-นครสวรรค์ เกือบทั้งหมด ยกเว้นช่วงต้นทางและช่วงปลายทางที่ตัดใหม่ ผู้เข้าสัมมนาส่วนใหญ่เห็นด้วย

ผลสำรวจความคิดเห็นผู้เข้าสัมมนาสรุปผลการคัดเลือกแนวเส้นทางในการศึกษาความเหมาะสม ทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2549 ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ 13 มกราคม 2549 ณ โรงแรมพิมาน จังหวัดนครสวรรค์ ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการพัฒนามอเตอร์เวย์ บนเขตทางหลวงหมายเลข 32 หรือทางหลวงสายเอเซีย ช่วงบางปะอิน-นครสวรรค์ เพราะจะประหยัดงบประมาณในการก่อสร้าง การจราจรสะดวกและปลอดภัย และผลกระทบด้านการเวนคืนและด้านอื่นๆ น้อย

แนวเส้นทางที่ได้รับการคัดเลือกจะมีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อกับถนนวงแหวนรอบนอก ฝั่งตะวันออก เป็นเส้นทางตัดใหม่ประมาณ 11 กิโลเมตร จากนั้นจึงเบี่ยงเข้าตามทางหลวงสาย 32 เนื่องจากมีเขตทางกว้าง สามารถก่อสร้างได้โดยไม่ต้องเวนคืน ระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร โดยจะเบี่ยงออกจากทางหลวงสาย 32 ก่อนเข้า อ.พยุหะคีรีไปจนถึงจุดสิ้นสุด ประมาณกิโลเมตรที่ 10 ของทางหลวงหมายเลข 117 เป็นเส้นทาง ตัดใหม่อีกประมาณ 59 กิโลเมตร ขณะที่แนวเส้นทางเลือกอื่นๆ ต้องตัดใหม่ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองเป็นการวางแผนระยะยาว ขณะนี้อยู่ในขั้นศึกษา ความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นขั้นต้นของการพัฒนาโครงการเท่านั้น ขณะที่ปริมาณจราจรบนทางหลวงสาย 32 เริ่มมีความแออัด เพื่อแก้ปัญหาในระยะสั้น กรมทางหลวงจะขยายทางหลวงสายนี้เป็น 8 เลนก่อน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2551 ส่วนมอเตอร์เวย์จะก่อสร้างเมื่อทางหลวงที่ขยายเป็น 8 เลน เปิดใช้ไประยะหนึ่ง และผลของการศึกษาความเหมาะสมฯ ภายในกลางปีนี้ จะเป็นตัวกำหนดว่า ระยะทำการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ควรจะเป็นเมื่อไร



กรมทางหลวงจัดสัมมนาสรุปผลการคัดเลือกแนวเส้นทาง การศึกษาความเหมาะสมฯ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครสวรรค์ ที่อยุธยาและนครสวรรค์ (13/01/49)

กรมทางหลวงได้จัดสัมมนาสรุปผลการคัดเลือกแนวเส้นทาง ของการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครสวรรค์ ในวันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2549 เวลา 9.30 -13.00 น. ณ ห้องการะเกด โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวันศุกร์ที่ 13 มกราคม 2549 เวลา 9.00-12.30 น. ณ ห้องดุสิตารมเยศ 2 โรงแรมพิมาน จังหวัดนครสวรรค์

ในการสัมมนาครั้งนี้ กรมทางหลวงและกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ได้นำเสนอผลสรุปของการคัดเลือก แนวเส้นทางที่เหมาะสมว่าควรจะดำเนินการในเส้นทางใด ภายหลังจากที่ได้มีการสัมมนาปฐมนิเทศโครงการเพื่อแจ้งการมีโครงการไปแล้ว เมื่อวันที่ 24 และ 25 มกราคม 2548 โดยได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการพัฒนาโครงการ และได้จัดประชุมกลุ่มย่อยประชาชนในพื้นที่ศึกษา เพื่อรวบรวมความคิดเห็นมาประกอบการศึกษาแนวเส้นทางเลือกที่เหมาะสมไปในช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม 2548

ทั้งนี้ จากผลการศึกษาทางเลือกของโครงการนั้น กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้เสนอแนวเส้นทางเลือก 3 แนวเส้นทาง โดยพิจารณาจากองค์ประกอบหลายประการ เช่น จุดต้นทาง-ปลายทาง สภาพภูมิประเทศ โครงสร้างสาธารณูปโภค สถานที่สาธารณประโยชน์ วัด โรงเรียน พื้นที่อนุรักษ์ตามกฎหมาย โบราณสถาน พื้นที่ชุมชน เป็นต้น โดยได้แนวเส้นทางเลือก คือ

คลิกบนแผนที่เพื่อดูภาพขนาดใหญ่

 

แนวเส้นทางเลือกที่ 1 เป็นแนวเส้นทางตัดใหม่ทั้งหมด จะอยู่ทางทิศตะวันตกของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 โดยมีจุดเริ่มต้นของแนวเส้นทาง ณ จุดสิ้นสุดทางด่วนพิเศษสายแจ้งวัฒนะ-เชียงรากน้อย-บางไทร และจุดสิ้นสุดของแนวเส้นทาง ประมาณกิโลเมตรที่ 10 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 117 ที่ จ.นครสวรรค์ รวมระยะทางประมาณ 198 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเลือกที่ 2 เป็นแนวเส้นทางที่ใช้แนวตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 เกือบทั้งหมด ยกเว้นช่วงเริ่มต้นประมาณ 11 กิโลเมตร และช่วงปลายทางประมาณ 59 กิโลเมตร ที่เป็นแนวตัดใหม่ โดยมีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อกับถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก (ประมาณกิโลเมตรที่ 2) ที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และช่วงบริเวณก่อนเข้า อ.พยุหะคีรี ถึงจุดสิ้นสุดแนวเส้นทาง ซึ่งแนวเส้นทาง จะเบี่ยงออกจากแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 ไปทางทิศตะวันตก เข้าซ้อนทับกับแนวเส้นทางเลือกที่ 1 จนถึงจุดสิ้นสุดของแนวเส้นทาง ประมาณกิโลเมตรที่ 10 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 117 ที่ จ.นครสวรรค์ รวมระยะทางประมาณ 203 กิโลเมตร

และแนวเส้นทางเลือกที่ 3 เป็นแนวเส้นทางตัดใหม่ทั้งหมด จะอยู่ทางทิศตะวันออกของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 โดยมีจุดเริ่มต้นของแนวเส้นทางเชื่อมต่อกับถนนวงแหวนฯ ฝั่งตะวันออก (ประมาณกิโลเมตรที่ 2) ที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และจุดสิ้นสุดของแนวเส้นทาง ประมาณกิโลเมตรที่ 10 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 117 ที่ จ.นครสวรรค์ รวมระยะทางประมาณ 205 กม.
เมื่อพิจารณาความเหมาะสมด้านวิศวกรรมและการจราจร ด้านเศรษฐกิจและการเงิน และด้านสิ่งแวดล้อมของทุกสายทางแล้ว พบว่า แนวเส้นทางเลือกที่ 2 เป็นแนวเส้นทางที่เหมาะสมมากที่สุด เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตทางเดิมของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด ราคาค่าก่อสร้างและค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินต่ำที่สุด ผลประโยชน์จากปริมาณจราจรที่คาดว่าจะมาใช้เส้นทางสูงสุด และที่สำคัญคือ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนน้อยที่สุด

หลังการสัมมนาในครั้งนี้ กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาจะดำเนินการศึกษาในรายละเอียดของเส้นทางที่ได้รับการคัดเลือกต่อไป ทั้งด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยจะมีการจัดประชุมกลุ่มย่อยกับประชาชนในพื้นที่ของแนวเส้นทางที่ได้รับการคัดเลือก เพื่อหามาตรการลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นให้เหลือน้อยที่สุด และเป็นที่ยอมรับต่อชุมชนมากที่สุด จากนั้นจะจัดประชุมสัมมนาเพื่อสรุปผลการศึกษาทั้งหมดของโครงการให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมได้รับทราบในลำดับถัดไป



กรมทางหลวงเตรียมสัมมนาปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม การก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครสวรรค์ (17/01/48)

กรมทางหลวงเตรียมจัดสัมมนาปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม การก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครสวรรค์ ในวันจันทร์ที่ 24 มกราคม 2548 เวลา 13.30 น.-16.00 น. ณ ห้องการเกด โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะเชิญผู้แทนกลุ่มต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ รวมทั้งสื่อมวลชน จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สิงห์บุรี และอ่างทอง เข้าร่วมสัมมนา และในวันอังคารที่ 25 มกราคม 2548 เวลา 9.00 น.-12.00 น. ณ ห้องดุสิตารมเยศ 2 โรงแรมพิมาน จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งจะเชิญผู้แทนกลุ่มต่างๆ จากจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยนาท เข้าร่วมสัมมนา


“ ห้องดุสิตารมเยศ 2 โรงแรมพิมาน ”

ในการสัมมนา กลุ่มบริษัทที่ปรึกษามีวัตถุประสงค์ที่จะนำเสนอความเป็นมาและความสำคัญของโครงการ วัตถุประสงค์ ขอบเขตการศึกษา ขั้นตอนในการศึกษา แผนการดำเนินโครงการทั้งในด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม และประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการโดยภาพรวมจากผู้เข้าร่วมสัมมนา

ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครสวรรค์ มีระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร เป็นสายทางที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศสูงสายหนึ่ง จึงได้รับการบรรจุไว้ในแผนแม่บทการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของประเทศไทย เพื่อดำเนินการก่อสร้างเป็นลำดับต้นๆ

กอปรกับปัจจุบัน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 บางปะอิน-นครสวรรค์ มีปริมาณการจราจรค่อนข้างหนาแน่น ในการแก้ปัญหาระยะสั้น รัฐบาลจึงให้ขยายผิวจราจรเป็น 8 ช่องทางจราจร ซึ่งจะเริ่มลงมือก่อสร้างโดยใช้งบประมาณปี 2548 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2550

และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีที่ได้กำหนดให้ก่อนการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายใด จะต้องทำการศึกษาความเหมาะสมในขั้นรายละเอียด กรมทางหลวงจึงได้เริ่มศึกษาความเหมาะสมฯ ของการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครสวรรค์ โดยได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด บริษัท แม็พแอนด์แพล็น จำกัด บริษัท วิสิทธิ์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนส์ จำกัด บริษัท เอสคิว อาร์คีเต็ค แอนด์ แปลนเนอร์ จำกัด และบริษัท ดาวฤกษ์ คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของเส้นทางสายนี้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยการเข้าพบหารือกับกลุ่มประชาชนภาคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ศึกษา รวมทั้งการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น ตลอดระยะการดำเนินโครงการ เพื่อให้การใช้ทรัพยากรของประเทศเกิดประโยชน์สูงสุด และเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมให้น้อยที่สุด

 

 

   

ท่านคือผู้เยี่ยมชมลำดับที่ Mesothelioma Treatment Mesothelioma Treatment

 

Content & Web Design © 2004 by Daoreuk Communications Co., Ltd.