1. |
Q : ขอทราบสาเหตุที่ยังไม่ก่อสร้างช่วงต่อขยายสายสุขุมวิทจากอ่อนนุช-สำโรง และสายสีลม จากสถานีตากสิน-ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินซึ่งมีโครงสร้างอยู่แล้ว ถ้าเริ่มดำเนินการจะเสร็จเมื่อไร จะเปิดให้บริการได้เมื่อไร และค่าโดยสารเป็นเท่าไร |
|
A : กทม. กำลังประสานงานกับหน่วยงานและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดให้ โครงการ BTS ส่วนต่อขยายทั้ง 2 สายทางได้ดำเนินการก่อสร้าง และแล้วเสร็จเปิดให้บริการโดยเร็ว สำหรับค่าโดยสารยังคงใช้อัตราในปัจจุบัน (ไม่เพิ่ม) |
|
|
2. |
Q : โครงการ BTS ส่วนต่อขยายนี้ แนวสายทางมีการเวนคืนหรือไม่ และกทม.มีแผนรองรับอย่างไร |
|
A : โครงการ BTS ส่วนต่อขยายนี้จะใช้พื้นที่เกาะกลางถนนเป็นหลัก หากจะมีการ เวนคืน อาจจะเป็นช่วงตัวสถานี และการจ่ายเงินค่าชดเชยจะให้ความเป็นธรรม ภายใต้อำนาจหน้าที่ของกทม. |
|
|
3. |
Q : การกำหนดแนวสายทาง โครงการมีหลักเกณฑ์อย่างไร |
|
A : มีหลักการโดยสรุปดังนี้
- ผ่านชุมชนที่มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่น ซึ่งส่งผลให้มีจำนวนผู้โดยสารมากพอที่จะมาใช้ระบบรถไฟฟ้าในเส้นทาง
- ศึกษาจัดลำดับความสำคัญ
- บูรณาการร่วมกันในระดับแผนงานระหว่างหน่วยงานปฏิบัติ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับแนวทางของหน่วยงานอื่น
|
|
|
4. |
Q: กทม. มีแผนงานป้องกันอุบัติเหตุไว้หรือไม่ อย่างไร เช่น กรณีมีการชนกันเอง กรณีเกิดไฟไหม้ หรือเหตุสุดวิสัยใดๆ มีการอบรมเจ้าหน้าที่ มีการเตรียมพร้อม เพื่อรับมือในแต่ละกรณีไว้หรือไม่ |
|
A :
- มีระบบ และมาตรการที่เป็นไปตามมาตรฐานของระบบขนส่งมวลชนหลัก
- มีการฝึกอบรมพนักงานเพิ่มเติมและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ
- ให้มีการฝึกอบรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักบรรเทา-สาธารณภัย เป็นต้น จากเดิมปีละ 1 ครั้งเป็นปีละ 2 ครั้ง
|
|
|
5. |
Q : ในกรณีที่บางสายทางต้องผ่านสถานที่ที่สำคัญทางด้านความมั่นคง หรือ สถาบันการศึกษาขนาดใหญ่ กทม. ได้คำนึงถึงความปลอดภัยและมีมาตรการ ป้องกันแก้ไขไว้หรือไม่ อย่างไร |
|
A : ในช่วงดำเนินการศึกษาและออกแบบ มีการประสานในเรื่องดังกล่าวกับหน่วยงานนั้นๆ และนำมาเป็นเกณฑ์ส่วนหนึ่งในการออกแบบ |
|
|
6. |
Q : การก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้า มีอยู่ที่ไหนบ้าง กทม. ได้คำนึงถึงรูปแบบของสถานี ความโปร่ง-ทึบของตัวสถานี การออกแบบภูมิทัศน์ เพื่อลดผลกระทบ สิ่งแวดล้อมหรือไม่ |
|
A :
- ระยะห่างของสถานีรถไฟฟ้าในเขตเมือง ประมาณ 1 กิโลเมตร ในเขตชานเมือง ประมาณ 1.5 กิโลเมตร
- ตัวสถานี มีปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยมาก ที่ประชาชนเป็นห่วงคือบริเวณใต้สถานี ในเรื่องมลพิษ เสียงดังก้อง และแสงสว่างไม่เพียงพอซึ่ง กทม. กำลังศึกษา ตรวจสอบ หากบริเวณใดเกินมาตรฐาน ก็จะแก้ไขโดยมาตรการต่างๆ เช่น การติดตั้งระบบระบายอากาศ ติดตั้งเพิ่มแสงสว่างบริเวณใต้สถานี และใช้ภูมิสถาปัตย์เข้ามาช่วย
|
|
|
7. |
Q : สถานที่ จอดแล้วจร ( Park & Ride) อยู่ที่ไหนบ้าง มีทุกสถานีหรือไม่ รูปแบบการลงทุนโดยใคร และต้องเสียค่าจอดหรือไม่ |
| |
A :
- แนวสายทางส่วนใหญ่อยู่ในเมืองและเป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่น ที่ดินมีราคาแพง และหายาก การก่อสร้างสถานที่จอดแล้วจร (Park & Ride) จึงมีข้อจำกัดมาก แต่จะพยายามให้มีการก่อสร้างสถานที่จอดแล้วจร (Park & Ride) ในสถานีชานเมือง และบริเวณที่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทาง อย่างไรก็ตามจะวางแผนส่งเสริมระบบขนส่งมวลชนระบบรอง (Feeder Line) เช่น BRT เป็นตัวรับและกระจายผู้โดยสารให้ใกล้ประตูบ้านมากที่สุด
- กทม. มีนโยบาย ขอความร่วมมือจากภาคเอกชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ที่มีที่จอดรถจำนวนมาก เข้าโครงการ Park & Ride
ซึ่งเอกชนก็จะได้รับผลประโยชน์ร่วม คือ ลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้น และกทม. ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกด้าน ต่าง ๆ อาทิ เช่น ทางเข้า-ออก การอำนวยการ
ด้านการจราจร เป็นต้น
|
|
|
8. |
Q : การชดเชยค่าเสียโอกาสให้แก่ร้านค้าหรือผู้ประกอบการสองข้างทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณสถานี ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายที่ลดลง และค่าไฟฟ้า ที่ต้องเสียเพิ่มขึ้น กทม. มีแนวคิดอย่างไร |
|
A : จากการประเมินของหน่วยงานประเมินราคาที่ดินทรัพย์สิน พบว่าในปี 2547 ที่ดินตามแนวสายทางรถไฟฟ้า โดยเฉพาะบริเวณโดยรอบสถานีมีราคาเพิ่มขึ้นมากกว่าการเพิ่มขึ้นของที่ดินย่านอื่น ๆ กว่า 5% หรือกล่าวได้ว่า
ได้ประโยชน์ เมื่อพิจารณาร่วมกับการ เสียโอกาส ในบางประเด็นในขั้นต้นพบว่าน่าจะได้ประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์ |
|
|
9. |
Q : ผลตอบแทนจากการลงทุนโครงการเป็นอย่างไร |
|
A : เราคงต้องมองผลตอบแทนของโครงการ เป็น 2 ด้าน คือ
- ด้านเศรษฐศาสตร์ ซึ่งประชาชนจะเห็นได้ชัดคือการลดเวลาการเดินทาง ซึ่งส่งผลให้มีเวลาทำงานหรืออยู่กับครอบครัวเพิ่มมากขึ้น การประหยัด ค่าเดินทางเมื่อเทียบการใช้รถยนต์ซึ่งมีทั้งค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าสึกหรอซ่อมแซม และที่สำคัญคือมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอันเนื่องมาจากปัญหามลภาวะลดลง ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจ (EIRR, Economic Internal Rate of Return) สูงถึง 20.56% ณ อัตราคิดลด ( Discount rate ) ที่ 12%
- ด้านการเงิน พบว่ากรณีที่ให้สัมปทานเอกชน โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนในระบบไฟฟ้า เครื่องกล และจัดหาขบวนรถ รัฐจะต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด จึงจะมีความคุ้มค่าทางการเงิน
|
|
|
10. |
Q : การใช้ตั๋วร่วมของระบบขนส่งมวลชน และการเชื่อมต่อกันของทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน BTS หรือระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ตลอดจน ความสะดวกของผู้ใช้บริการ เช่น ป้ายรถเมล์ควรจะอยู่ใกล้ๆ สถานีรถไฟฟ้า กทม. มีแนวคิดในการดำเนินการอย่างไร |
|
A :
- ระบบตั๋วร่วมของ รฟม. , BTS และ BRT มีการศึกษาอยู่แล้วและคาดว่าจะดำเนินการได้ในปี 2548 แต่ถ้าจะขยายไปถึงรถเมล์( ทั่วไป) และเรือโดยสารคงต้องมีการพิจารณาต่อไป
- ตามหลักการสถานีรถไฟฟ้าจะทำหน้าที่เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง ซึ่งควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีป้ายรถเมล์อยู่ในบริเวณเดียวกัน
|