
รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายช่วยชาติพ้นวิกฤติพลังงาน (7/7/48)
- กทม. เดินหน้ารับฟังความคิดเห็นประชาชนส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า หวังรัฐบาลปรับมติ ครม. ให้ดำเนินการเส้นทางที่ติดมติ ส่วนเส้นทางอื่นรออนุมัติดำเนินการ หากรัฐบาลเห็นชอบ กทม. พร้อมลงมือทันที เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางของประชาชน และช่วยชาติประหยัดพลังงานในช่วงวิกฤต ลดการสูญเสียเวลา และเสริมเสถียรภาพเศรษฐกิจชาติ
7 กรกฎาคม 2548 เวลา 08.00 น. ณ โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เป็นประธานเปิดการสัมมนาและบรรยายพิเศษในหัวข้อ รถไฟฟ้า กทม. เพื่อการแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างยั่งยืน ในการสัมมนา โครงการศึกษาแนวทางการพัฒนาโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครส่วนต่อขยายโดยรวมสายปิ่นเกล้า ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-พรานนก
การสัมมนาในครั้งนี้เป็นการสัมมนาครั้งที่ 4 หลังจากที่ได้สัมมนาแล้วในส่วนต่อขยายสายสีลม ช่วงถนนตากสิน-บางหว้า ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท ช่วงสำโรง-สมุทรปราการ และส่วนต่อขยายสายพหลโยธิน ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และช่วงสะพานใหม่-ลำลูกกา และสำหรับส่วนต่อขยายสายปิ่นเกล้า ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติถึงพรานนก เป็นโครงสร้างอุโมงค์ โดยเริ่มลดระดับไปตามถนนพระรามที่ 1 นับตั้งแต่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ลงสู่ระดับอุโมงค์ใต้ดินเมื่อถึงถนนบำรุงเมือง ผ่านถนนราชดำเนิน ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา สิ้นสุดที่แยกไฟฉาย (พรานนก) มีสถานีทั้งหมด 5 สถานี รวมระยะทาง 7.7 กิโลเมตร
- เร่งผลักดัน เพื่อลดปัญหาจราจรของคนฝั่งธนฯ
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้มีหนังสือไปยังกระทรวงมหาดไทยไปหลายครั้ง และกำลังทำหนังสือส่งไปอีก เพื่อหารือเรื่องส่วนต่อขยาย สายสีลม ช่วงสะพานตากสินถึงแยกตากสิน ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร และสายสุขุมวิท ช่วงอ่อนนุชถึงสำโรง ระยะทาง 8.9 กิโลเมตร รวม 11.1 กิโลเมตร เสนอให้รัฐบาลปรับมติคณะรัฐมนตรี ให้เป็นการร่วมลงทุนระหว่าง กทม. และเอกชน โดย กทม. ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน วางราง และสร้างสถานี และให้เอกชนดำเนินการเดินรถ จากเดิมที่มติ ครม. กำหนดให้เป็นการลงทุนของเอกชนทั้งหมด ทั้งนี้ เส้นทางช่วงสะพานตากสินถึงแยกตากสิน กทม. ได้ก่อสร้างโครงสร้างทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอเพียงวางราง สถานี และเดินรถเท่านั้น หากมีการปรับมติ ครม. จะสามารถดำเนินการเปิดให้ประชาชนได้ใช้ภายใน 1 ปี ซึ่งเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2548 ได้เปิดซองประกวดราคาไปแล้ว หากเส้นทางเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสสายตากสินแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้ว ประชาชนฝั่งธนบุรีจะได้รับประโยชน์จากระบบดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และสามารถลดปัญหาจราจรได้เป็นอย่างดี เพราะในปัจจุบันประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาจราจรบริเวณต่อเนื่องจากสะพานตากสินเป็นจำนวนมาก
กรุงเทพมหานครจึงต้องการผลักดันเส้นทางนี้ให้สำเร็จโดยเร็ว ซึ่งทางรัฐบาลเองก็ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนระบบรางเส้นทางนี้แล้ว ก็รอเพียงขั้นตอนการปรับมติ ครม. เท่านั้น ส่วนเส้นทางส่วนต่อขยายสายอื่นๆ กทม. ก็ได้เร่งดำเนินการในส่วนที่สามารถเดินหน้าไปได้ตามลำดับ
- ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ได้รับงบประมาณแล้ว
ทั้งนี้ในเส้นทางพหลโยธิน ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ เป็นเส้นทางที่ต้องการผลักดันให้เกิดโดยเร็ว โดยในขณะนี้สำนักงบประมาณของรัฐบาล ได้จัดสรรงบประมาณ สำหรับปี 2549 จำนวน 563 ล้านบาท ในการดำเนินการก่อสร้างทางยกระดับ การวางราง และก่อสร้างสถานี และเส้นทางช่วงแยกตากสิน-บางหว้า สำนักงบประมาณ ได้จัดสรรงบประมาณสำหรับปี 2549 ไว้ 150 ล้านบาท โดยรัฐบาลให้การอุดหนุนทั้ง 2 เส้นทาง 40 % แต่ กทม. จะขอเพิ่มเป็น 50 % ส่วนที่เหลือเป็นงบประมาณของ กทม. เอง เพราะการให้บริการไม่ใช่เฉพาะประชาชน กทม. เท่านั้น ยังมีประชาชนจากต่างจังหวัดมาใช้บริการด้วย
ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการขออนุมัติโครงการและขอความเห็นชอบจากรัฐบาล ซึ่งเส้นทางจากหมอชิต-สะพานใหม่ และตากสิน-บางหว้า ไม่ติดมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดให้เอกชนลงทุนทั้งหมด แต่สามารถลงทุนร่วมกันระหว่าง กทม. กับเอกชนได้ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติดำเนินการจากรัฐบาล กทม. ก็สามารถดำเนินการหาผู้รับเหมาะก่อสร้างได้ทันที โดย กทม.จะลงทุนในส่วนของการก่อสร้างทางยกระดับ การวางราง และสถานี ส่วนเอกชนจะลงทุนในการหารถมาวิ่ง การติดตั้งอาณัติสัญญาณ การวางระบบไฟฟ้า
รองผู้ว่าฯ สามารถ กล่าวว่า การดำเนินการโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ นี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการระยะยาวที่จะลดการใช้พลังงาน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตน้ำมันอย่างเช่นในปัจจุบัน และเป็นทางเลือกในการเดินทางของประชาชนให้ได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ด้วยการมีระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลให้การเห็นชอบให้กรุงเทพมหานครดำเนินการเพราะผลประโยชน์จะเกิดขึ้นกับประชาชนโดยส่วนรวม เป็นการลดการใช้พลังงาน ลดการสูญเสียเวลา และการสูญเสียทางเศรษฐกิจ
รับฟังความคิดเห็นประชาชน รถไฟฟ้า กทม.ส่วนต่อขยาย สายพหลโยธิน ช่วงหมอชิต-ลำลูกกา (30/6/48)
- กทม. เดินหน้าเปิดเวทีสาธารณะให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นโครงการรถไฟฟ้า กทม.สายพหลโยธิน ที่มีระยะทางยาวกว่า 24 กิโลเมตร มั่นใจถ้าโครงการเกิดขึ้นจะช่วยสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการเดินทางของคนกรุงเทพ ซึ่งจะคลี่คลายปัญหาการจราจรได้อย่างยั่งยืน
30 มิถุนายน 2548 เวลา 08.00 น. ที่ห้องบัวหลวงแกรนด์รูม มหาวิทยาลัยศรีปทุม ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดการสัมมนา โครงการศึกษาแนวทางการพัฒนาโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครส่วนต่อขยายโดยรวม สายพหลโยธิน ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และช่วงสะพานใหม่-ลำลูกกา
โครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครส่วนต่อขยายสายพหลโยธิน มี 2 ช่วง คือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ เป็นโครงสร้างทางยกระดับ มีเส้นทางเริ่มต้นจากสถานีหมอชิตปัจจุบัน ตามแนวเกาะกลางของถนนพหลโยธิน สิ้นสุดที่สะพานใหม่ ระยะทาง 11.9 กิโลเมตร มีสถานีทั้งหมด 11 สถานี โดยเริ่มที่ สถานีลาดพร้าว รัชโยธิน เสนานิคม เกษตร ศรีปทุม บางบัว กรมทหารราบที่ 11 รามอินทรา พหลโยธิน 48 สะพานใหม่ สิ้นสุดที่สถานีสายไหม เป็นเส้นทางที่อยู่ในแผนแม่บทพัฒนาระบบราง ภายใน 6 ปี ของรัฐบาล
และช่วงสะพานใหม่-ลำลูกกา เป็นโครงสร้างยกระดับต่อจากช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ วิ่งไปตามแนวพหลโยธิน จนสุดเขตกองทัพอากาศจึงเลี้ยวขวาต่อไปยังถนนลำลูกกา จนสิ้นสุดที่บริเวณถนนกาญจนาภิเษก(วงแหวนรอบนอก) ระยะทาง 12.2 กิโลเมตร มีสถานีทั้งหมด 6 สถานี เริ่มที่สถานีดอนเมือง โรงเรียนนายเรืออากาศ คูคต คลองสาม คลองสี่ และปลายทางที่สถานีวงแหวนรอบนอก เป็นเส้นทางที่ กทม. ศึกษาเพิ่มเติมและคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างเมื่อช่วงแรก (หมอชิต-สะพานใหม่) มีการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
- สัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามแนวเส้นทางส่วนต่อขยายไปแล้ว 2 สาย
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2548 กทม.ได้จัดสัมมนาในสายทางส่วนต่อขยายสายสีลม ช่วงถนนตากสิน-บางหว้า ที่มหาวิทยาลัยสยาม มีประชาชนสนใจเข้าร่วมงานประมาณ 500 คน วันที่ 23 มิถุนายน 2548 ได้จัดสัมมนาในสายทางส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท ช่วงสำโรง-สมุทรปราการ มีผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 300 คน ซึ่งจากการประมวลความคิดเห็น มีประชาชนกว่าร้อยละ 90 สนับสนุนให้มีการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า กทม. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ของผู้เข้าร่วมสัมมนามีประโยชน์อย่างยิ่งที่จะนำไปเป็นข้อมูลในการแก้ไขปรับปรุงโครงการทั้งด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐศาสตร์ได้เป็นอย่างดี
นอกจากการสัมมนารับฟังความคิดเห็นในสายพหลโยธิน ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และสะพานใหม่-ลำลูกกาแล้ว ยังมีสายทางที่กำลังศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่เหมาะสมในการสร้างส่วนต่อขยายอีก 1 เส้นทางคือ ส่วนต่อขยายสายปิ่นเกล้า ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-พรานนก (ระยะทาง 7.7 กิโลเมตร) โดยจะจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นในวันที่ 7 กรกฎาคม 2548 ที่ โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์
ระดมความคิดเห็นประชาชน รถไฟฟ้า กทม.ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท ช่วงสำโรง สมุทรปราการ ( 23/6/48 )
- กทม. เดินหน้าเปิดเวทีสาธารณะให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นโครงการรถไฟฟ้ากรุงเทพมหานครสายสุขุมวิท ช่วงสำโรง-สมุทรปราการ มั่นใจโครงการนี้ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาการจราจรพื้นที่เข้า-ออกเมืองได้เป็นอย่างดี
23 มิถุนายน 2548 เวลา 08.00 น. ที่ศาลาประชาคม จังหวัดสมุทรปราการ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดการสัมมนา โครงการศึกษาแนวทางการพัฒนาโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครส่วนต่อขยายโดยรวม สายสุขุมวิท ช่วงสำโรง-สมุทรปราการ
โครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครส่วนต่อขยายโดยรวม (รถไฟฟ้า กทม.) เป็นโครงการสาธารณะขนาดใหญ่ที่กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการมีส่วนร่วมของประชาชน จากทุกภาคส่วนที่จะได้รับผลกระทบทั้งในทางตรงทางอ้อม และทั้งผลดีผลเสีย เมื่อโครงการเกิดขึ้น จึงได้มีการจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามแนวสายทางที่จะมีการก่อสร้างรถไฟฟ้ากทม.ในอนาคต
- สายสุขุมวิท ช่วงสำโรง-สมุทรปราการ เพื่อชาวสมุทรปราการและชาวกรุงเทพฯ
โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท ช่วงนี้ มีระยะทาง 10 กิโลเมตร เป็นโครงสร้างทางยกระดับ มีเส้นทางตามแนวเกาะกลางถนนสุขุมวิทจนถึงบริเวณสิ้นสุดโครงการบริเวณซอยเทศบาลบางปู ซอย 55 มีสถานีทั้งหมด 7 สถานี เริ่มที่ สถานีช้างสามเศียร โรงเรียนนายเรือ ศาลากลาง ศรีนครินทร์ แพรกษา สายลวด และเคหะสมุทรปราการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมทางด้านแศรษกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะสร้างต่อจากส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท ช่วงอ่อนนุช สำโรง ระยะทาง 8.9 กิโลเมตร ที่ปัจจุบันในช่วงนี้ ศึกษาความเหมาะสมเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการก่อสร้าง และได้เปิดซองประกวดราคาไปเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2548 ที่ผ่านมา
- เตรียมรับฟังความคิดเห็นอีก 2 สาย
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2548 กทม.ได้จัดสัมมนาในสายทางส่วนต่อขยายสายสีลม ช่วงแยกตากสิน-บางหว้า ที่มหาวิทยาลัยสยาม มีประชาชนสนใจเข้าร่วมงานเกือบ 500 คน และจากกการประมวลความคิดเห็น มีประชาชนกว่าร้อยละ 90 สนับสนุนให้มีการสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า กทม.
นอกจากการสัมมนารับฟังความคิดเห็นในสายสุขุมวิท ช่วงสำโรง-สมุทรปราการแล้ว ยังมีสายทางที่กำลังศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ผลสรุปในการดำเนินการโครงการ ประกอบด้วยส่วนต่อขยายอีก 2 เส้นทาง ดังนี้
- ส่วนต่อขยายสายพหลโยธิน ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ (ระยะทาง 11.9 กิโลเมตร) และช่วงสะพานใหม่-ลำลูกกา (ระยะทาง 12.2 กิโลเมตร) จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นวันที่ 30 มิถุนายน 2548 ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม
- ส่วนต่อขยายสายปิ่นเกล้า ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-พรานนก (ระยะทาง 7.7 กิโลเมตร) จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นวันที่ 7 กรกฎาคม 2548 ที่โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์
การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในโครงการสาธารณะขนาดใหญ่ ถือเป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนที่เป็นเจ้าของพื้นที่และมีส่วนเกี่ยวข้องได้แสดงการมีส่วนร่วม เพื่อนำความคิดเห็นไปเป็นแนวทางในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และช่วยสร้างหลักประกันให้เกิดความสำเร็จในโครงการสาธารณะขนาดใหญ่ ที่จะเอื้อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ
รับฟังความคิดเห็นประชาชนส่วนต่อขยายบีทีเอส ถนนตากสิน-บางหว้า (15 /6/48)
- กทม.เปิดเวทีสาธารณะให้ทุกภาคส่วนแสดงความคิดเห็นโครงการรถไฟฟ้ากรุงเทพมหานครส่วนต่อขยาย เส้นทางข้ามฝั่งธนฯ สายสีลม ช่วงถนนตากสิน-เพชรเกษม เพราะถือเป็นเส้นทางที่คนกรุงเทพฯ จับตามองและมีความหวังจะได้ใช้บริการก่อนสายอื่นๆ
15 มิถุนายน 2548 เวลา 09.00 น. ที่หอประชุมใหญ่ ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ (ตึก 12) มหาวิทยาลัยสยาม ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดการสัมมนา โครงการศึกษาแนวทางการพัฒนาโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครส่วนต่อขยายโดยรวม ส่วนต่อขยายสายสีลม ช่วง ถนนตากสิน-บางหว้า จากนั้นเวลา 11.00 น. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มาบรรยายพิเศษหัวข้อ รถไฟฟ้า กทม. เพื่อการแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างยั่งยืน
- เปิดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็นทุกสายทาง
โครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครส่วนต่อขยายโดยรวม (รถไฟฟ้ากรุงเทพมหานคร) เป็นโครงการขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ที่กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนที่จะได้รับผลกระทบทั้งในทางตรงทางอ้อม เมื่อโครงการเกิดขึ้น จึงได้มีการจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามแนวสายทางที่จะมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอสในอนาคต
- ประเดิมสายแรก แยกตากสิน-บางหว้า
ส่วนต่อขยายสายสีลม จากถนนตากสินถึงถนนเพชรเกษม เป็นสายทางต่อจากช่วงสะพานตากสินถึงแยกตากสิน ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร ขณะนี้ได้สร้างทางยกระดับไว้แล้ว อยู่ระหว่างรอคณะรัฐมนตรีปรับมติในการลงทุน เพื่อดำเนินการสร้างสถานีและระบบรางรถไฟฟ้า สำหรับส่วนต่อขยายจากแยกตากสิน-บางหว้า ได้เปิดโอกาสให้ตัวแทนประชาชนทุกภาคส่วนได้แสดงความคิดเห็นในเวทีสาธารณะในวันนี้ (15 มิ.ย. 48) มีระยะทาง 4.5 กิโลเมตร เป็นโครงสร้างยกระดับไปตามถนนราชพฤกษ์ (ตากสิน-เพชรเกษม) ซึ่งปัจจุบันได้มีการสร้างทางยกระดับของเส้นทางรถไฟต่อเนื่องจากส่วนต่อขยายระยะที่ 1 จากสถานีสะพานตากสินถึงถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินไปแล้วบางส่วน กำหนดแล้วเสร็จในปี 2549 มี 4 สถานี คือ โพธินิมิตร รัชดาภิเษก ศูนย์ตากสิน และ บางหว้า เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้ได้รับผลกระทบในการก่อสร้างและดำเนินการเดินรถ และข้อเสนอแนะอื่นๆ เนื่องจากเป็นสายทางที่คนกรุงเทพฯ ให้ความสนใจและมีความหวังว่าจะได้ใช้บริการมากที่สุด
- ศึกษาผลกระทบรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายอีก 3 เส้นทาง
นอกจากส่วนต่อขยายสายสีลม ช่วงแยกตากสิน-บางหว้า ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร ที่มีการสัมมนาในวันนี้แล้ว สายทางที่กำลังศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ผลสรุปในการดำเนินการโครงการและเตรียมจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ประกอบด้วยโครงการส่วนต่อขยายอีก 3 เส้นทาง ดังนี้
1. ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท ช่วงสำโรง- สมุทรปราการ (ระยะทาง 10 กิโลเมตร) จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นในวันที่ 23 มิถุนายน 2548 ที่ศาลาประชาคม จ.สมุทรปราการ
2. ส่วนต่อขยายสายพหลโยธิน ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ (ระยะทาง 11.9 กิโลเมตร) และช่วงสะพานใหม่-ลำลูกกา (ระยะทาง 12.2 กิโลเมตร) จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นวันที่ 30 มิถุนายน 2548 ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม
3. ส่วนต่อขยายสายปิ่นเกล้า ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-พรานนก (ระยะทาง 7.7 กิโลเมตร) จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นวันที่ 7 กรกฎาคม 2548 ที่โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์
การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างหลักประกันให้เกิดความสำเร็จในโครงการสาธารณะขนาดใหญ่ ที่จะเอื้อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ
ผู้ว่าฯ เปิดตัว โครงการศึกษาแนวทางการพัฒนา โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายโดยรวม ในงานแถลงข่าวเรื่อง กรุงเทพมหานครกับระบบขนส่งมวลชนแบบบูรณาการ (31/1/48)
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าว พบกัน จันทร์ละหน คนกับข่าว เรื่อง กรุงเทพมหานครกับระบบขนส่งมวลชนแบบบูรณาการ ในวันที่ 31 มกราคม 2548 ณ ห้องอเนกประสงค์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
< คลิกที่นี่เพื่ออ่านต่อ >
กทม. มอบของขวัญชิ้นพิเศษให้คนกรุงเทพฯ เปิดตัว ระบบขนส่งมวลชนแบบบูรณาการ ( 31/1/48)
31 ม.ค.48 เวลา 10.30 น. ที่ห้องอเนกประสงค์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าวในกิจกรรม พบกัน จันทร์ละหน คนกับข่าว ครั้งที่ 157 เรื่อง กรุงเทพมหานครกับระบบขนส่งมวลชนแบบบูรณาการ โดยมีนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว
- กำหนดหน่วยงานบูรณาการร่วมมือจัดทำนโยบายและแผนขนส่งระบบราง
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้มีนโยบายหลักในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการพัฒนาและส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชน ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถคลี่คลายปัญหาการจราจรได้ และในขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งระบบรางได้ร่วมมือกันจัดทำแผนรวมโครงข่ายขนส่งระบบรางรวม 7 เส้นทาง ระยะทาง 291 กิโลเมตร ที่ ครม.อนุมัติเมื่อปี 2547 ในลักษณะบูรณาการทำงานร่วมกัน โดยสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นหน่วยงานด้านนโยบายและแผน มีหน่วยงานดำเนินงานตามแผนคือ กรุงเทพมหานคร (กทม.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)
- โครงการบีทีเอสส่วนต่อขยายของ กทม.
ในส่วนที่กรุงเทพมหานครรับผิดชอบตามแผนรวมระบบรางดังกล่าว มีระยะทาง 66 กิโลเมตรนั้น ปัจจุบันเปิดให้บริการ 2 เส้นทาง เป็นระยะทาง 23.5 กิโลเมตร เส้นทางแรกจากสถานีหมอชิต-อ่อนนุช และเส้นทางที่สองจากสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน ส่วนที่เหลือระยะทาง 42.5 กิโลเมตรกรุงเทพมหานครเตรียมต่อขยายสายทางดังกล่าวแล้ว โดยขณะนี้รอการประมูลก่อสร้าง 2 เส้นทาง คือ จากสถานีสะพานตากสิน-แยกตากสิน ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร และจากสถานีอ่อนนุช-สำโรง ระยะทาง 8.9 กิโลเมตร นอกจากนี้กรุงเทพมหานครยังได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาทำการศึกษาการขยายเส้นทางเพิ่มเติมอีก 4 เส้นทางตามแผนระบบรางดังกล่าว คือ เส้นทางขยายจากสถานีหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 12 กิโลเมตร เส้นทางสนามกีฬา-พรานนก ระยะทาง 7.0 กิโลเมตร เส้นทางสำโรง-สมุทรปราการ ระยะทาง 7.9 กิโลเมตร และสายแยกตากสิน-เพชรเกษม ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร รวมเป็นระยะทาง 31.4 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการศึกษาความเหมาะสม คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2548
สำหรับส่วนต่อขยายเพิ่มเติมจากแผนที่มีอยู่ กรุงเทพมหานครจะทำอีก 3 เส้นทางคือ สายสะพานใหม่- ลำลูกกา (ระยะทาง 14 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมในการก่อสร้างเป็นระบบรถไฟฟ้า) สายอ่อนนุช-ลาดกระบัง-สุวรรณภูมิ (ระยะทาง 20 กิโลเมตร) และสายบางนา-วัดศรีเอี่ยม-ม.ราม 2 (ระยะทาง 8 กิโลเมตร) ซึ่งทั้ง 2 สายนี้มีความเหมาะสมที่จะทำเป็นระบบ BRT โดยจะสามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จ และเปิดให้บริการได้ภายในปี 2549 เพื่อรองรับสนามบินสุวรรณภูมิและเป็นการเสริมโครงข่าย BRT ที่กรุงเทพมหานครมีนโยบายไว้ 10 เส้นทาง ภายในปี 2551
- รับฟังความคิดเห็นให้ประชาชนมีส่วนร่วมโครงการส่วนต่อขยายบีทีเอส
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า กรุงเทพมหานครได้เปิดให้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในรูปแบบต่างๆ เกี่ยวกับโครงการบีทีเอสส่วนต่อขยาย เช่น การสนทนากลุ่ม สัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้แทนหน่วยราชการ ผู้แทนชุมชน ผู้นำความคิดในพื้นที่ศึกษา และสื่อมวลชน ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการบีทีเอสส่วนต่อขยาย อยากให้มีการดำเนินการก่อสร้างโดยเร็ว ซึ่งจะสามารถช่วยลดปัญหาจราจร มลภาวะ เป็นการประหยัดพลังงาน เสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชน และยังมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการศึกษาโครงการ โดยจะมีการจัดสัมมนาแนวทางการศึกษาตามแผนงานประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2548 และสัมมนาสรุปโครงการในเดือนเมษายน 2548 ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านทาง www.ttd-bma.cjb.net, www.daoreuk.com/bts-extension และทาง ตู้ ปณ.111 ปณ.จรเข้บัว กรุงเทพฯ 10230
- บูรณาการระบบขนส่งมวลชนหลายรูปแบบคลี่คลายปัญหาการจราจร
นอกจากที่สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้กำหนดให้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้มีการบูรณาการโครงข่ายระบบราง 7 เส้นทาง ในการเชื่อมต่อการเดินทางแล้ว ยังมีโครงการขนส่งมวลชนต่างๆ ของกทม.อีก เช่น ส่วนต่อขยายบีทีเอส ระบบ BRT การขนส่งทางเรือ รวมถึงระบบจราจรอัจฉริยะ สนับสนุนการเดินทางเชื่อมต่ออีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบตั๋วโดยสารร่วม (บีทีเอสกับรถไฟฟ้าใต้ดิน) ที่คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ในปี 2549 การปรับปรุงจุดเชื่อมต่อระบบต่างๆ เพื่อให้เกิดเครือข่ายขนส่งทั้งระบบที่มีประสิทธิภาพสมบูรณ์แบบ
ในการนี้กรุงเทพมหานครมีแผนดำเนินการโครงการ BRT ใน 10 เส้นทาง รวม 157 กิโลเมตร ภายในปี 2551 โดย 2 เส้นทางแรกจะเปิดให้บริการได้ภายในเดือนตุลาคม 2548 คือ สายรามอินทรา กม.8-นวมินทร์-เกษตร-หมอชิต และสายถนนราชพฤกษ์ (ตากสิน-เพชรเกษม)-สะพานกรุงเทพ-ช่องนนทรี-สุรวงศ์ ส่วนระบบขนส่งทางเรือจะดำเนินการ 5 สาย ตามแนวคลองแสนแสบ คลองลาดพร้าว คลองภาษีเจริญ คลองเปรมประชากร และคลองผดุงกรุงเกษม จุดประสงค์หลักก็เพื่อการเดินทางของประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว
- ปลูกฝังวัฒนธรรมการเดินทางรูปแบบใหม่ในอนาคต
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในตอนท้ายว่า ระบบขนส่งมวลชนแบบบูรณาการนี้จะช่วยให้กรุงเทพฯ ของเราเป็น เมืองน่าอยู่ อย่างยั่งยืน เพราะสามารถคลี่คลายปัญหาจราจรที่เรื้อรังมาเป็นเวลานานของกรุงเทพฯ ได้ และยังเป็นการลดมลพิษ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ผู้คนเดินทางปลอดภัย ส่งผลให้เกิดความสุข ที่สำคัญจะเป็นการเสริมสร้างวัฒนธรรมการเดินทางแนวใหม่ที่ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนแทนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล
|