ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับโครงการ ความคืบหน้าโครงการ ข่าวประชาสัมพันธ์ ร้องเรียน-เสนอแนะ คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ
กลับสู่เว็บไซต์ สจส.

แนวเส้นทางและตำแหน่งสถานีส่วนต่อขยายในอนาคต (1/12/48)

 
 

 

ส่วนต่อขยาย สายพหลโยธิน
ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่

ส่วนต่อขยาย สายปิ่นเกล้า
สนามกีฬาแห่งชาติ-พรานนก

 

ส่วนต่อขยาย สายพหลโยธิน
ช่วงสะพานใหม่-ลำลูกา

 

   

ผลการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ( 11/7/48 )

ทางโครงการได้จัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ตามแนวเส้นทางส่วนต่อขยาย เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงการศึกษาและการออกแบบเบื้องต้นต่อไป โดยมีการจัดสัมมนาตามพื้นที่ต่างๆ ดังนี้

ครั้งที่

เส้นทาง

วันที่

สถานที่

จำนวนผู้เข้าสัมมนา

1

ถนนตากสิน-เพชรเกษม

15/6/48

หอประชุมใหญ่ ม.สยาม

482

2

สำโรง-สมุทรปราการ

23/6/48

ศาลาประชาคม จ.สมุทรปราการ

267

3

หมอชิต-สะพานใหม่-ลำลูกกา

30/6/48

ห้องบัวหลวงแกรนด์รูม ม.ศรีปทุม

388

4

สนามกีฬาแห่งชาติ-พรานนก

7/7/48

ห้องกษัตริย์ศึก 2 รร.เดอะ ทวิน ทาวเวอร์

364

การสัมมนาทั้ง 4 ครั้ง มีผู้เข้าสัมมนา รวม 1,501 คน จากเป้าหมายรวม 800 คน สามารถจำแนกผู้เข้าสัมมนาซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มต่างๆ ได้ คือ กลุ่มประชาชนตามแนวเส้นทาง ซึ่งมีความสำคัญมากที่สุดในการศึกษา มีสัดส่วนมากที่สุด คือ 53.56 % รองลงมาคือ กลุ่มหน่วยงานภาครัฐ 20.32 % กลุ่มนักศึกษาและคณาจารย์ 9.86 % กลุ่มหน่วยงานเอกชน 8.53 % กลุ่มสื่อมวลชน 5.93 % และ กลุ่ม สก. สข. เทศบาล และ อบต. 1.80 %

 

สรุปประเด็นสำคัญที่ได้รับจากผู้เข้าร่วมสัมมนา ในการสัมมนาครั้งที่ 1

  • แสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ เช่น การหาที่ดินที่เหมาะสมในการสร้าง Park&Ride, วิธีเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางจากบ้านถึงสถานี การตั้งชื่อสถานี การสร้างบันไดเลื่อนขึ้น-ลงทุกสถานีฯลฯ
  • ต้องการให้ต่อขยายเส้นทางออกไป เช่น ต่อขยายไปถึงพุทธมณฑลสาย 4
  • สอบถามเรื่องระยะเวลาในการก่อสร้าง การเวนคืนที่ดิน และความชัดเจนเรื่องอัตราค่าโดยสาร
  • สอบถามเรื่องโครงการศูนย์คมนาคมขนส่งตากสินซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม แต่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน โดยส่วนใหญ่แสดงความไม่เห็นด้วย

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน บรรยายพิเศษเรื่อง “รถไฟฟ้า กทม. เพื่อการแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างยั่งยืน”

 

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเปิดการสัมมนา ครั้งที่ 1

     
 

บรรยากาศการสัมมนา ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยสยาม

 

บรรยากาศการสัมมนา ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยสยาม

 

สรุปประเด็นสำคัญที่ได้รับจากผู้เข้าร่วมสัมมนา ในการสัมมนาครั้งที่ 2

  • เห็นด้วยในเชิงหลักการ แต่มีข้อกังวลใจในรายละเอียด เช่น อัตราค่าโดยสาร ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและทัศนียภาพ ตลอดจนมาตรการในการรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
  • ในการกำหนดอัตราค่าโดยสาร ควรเปิดโอกาสให้ชาวสมุทรปราการมีส่วนในการกำหนดราคาด้วย
  • ให้ กทม. ทำการบันทึกข้อตกลงในการรับผิดชอบความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อสร้างกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ชัดเจน
  • การออกแบบ ควรให้สอดคล้องกับทัศนียภาพของเมือง และควรให้ความสำคัญกับสุนทรียภาพเชิงศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • ควรเปิดโอกาสให้ชาวสมุทรปราการบริหารจัดการโครงการส่วนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดด้วย
 

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ เป็นประธานในการสัมมนา ครั้งที่ 2

 

นายจุมพล สำเภาพล รองผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (กลาง) และตัวแทนจากที่ปรึกษา ร่วมรับฟังความคิดเห็นและตอบคำถามผู้เข้าร่วมสัมมนา

     
 

บรรยากาศการสัมมนา ณ ศาลาประชาคม สมุทรปราการ

 

บรรยากาศการสัมมนา ณ ศาลาประชาคม สมุทรปราการ

 

   

สรุปประเด็นสำคัญที่ได้รับจากผู้เข้าร่วมสัมมนา ในการสัมมนาครั้งที่ 3

  • ต้องการทราบข้อมูลที่ชัดเจนของโครงการ อาทิ สถานที่ตั้งของสถานี แนวเส้นทางช่วงสะพานใหม่ไปลำลูกกา ระยะเวลาในการก่อสร้างของส่วนต่อขยายทั้งช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และช่วงสะพานใหม่-ลำลูกกา
  • เสนอให้พัฒนาระบบขนส่งขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพ เพื่อขนถ่ายประชาชนจากที่พักอาศัยสู่สถานี
  •   เสนอให้เปลี่ยนเป็นระบบใต้ดิน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านทัศนียภาพ และปัญหามลภาวะและแสงสว่างใต้สถานี
  • มีความกังวลใจในระยะการก่อสร้าง โดยเฉพาะบริเวณห้าแยกลาดพร้าว
  • มีความกังวลใจเรื่องเสียงบริเวณใต้สถานีและเสียงจากรถไฟฟ้า ที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานศึกษาบริเวณแนวเส้นทาง
 

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ เป็นประธานในการสัมมนา ครั้งที่ 3

 

นายจุมพล สำเภาพล รองผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (กลาง) และตัวแทนจากที่ปรึกษา ร่วมรับฟังความคิดเห็นและตอบคำถามผู้เข้าร่วมสัมมนา

     
 

บรรยากาศการสัมมนา ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

 

บรรยากาศการสัมมนา ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

 

สรุปประเด็นสำคัญที่ได้รับจากผู้เข้าร่วมสัมมนา ในการสัมมนาครั้งที่ 4

  • ต้องการทราบความชัดเจนเกี่ยวกับพื้นที่บริเวณทางขึ้น-ทางลงอุโมงค์ใต้ดิน
  • มีความกังวลใจเกี่ยวกับแนวทางการจัดการปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงที่จะมีการขุดเจาะอุโมงค์ รวมทั้งผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนที่อยู่บริเวณปากทางลง-ทางขึ้นอุโมงค์
  • มีความกังวลใจในเรื่องการเวนคืนที่ดิน บริเวณที่อยู่ใกล้ทางลง-ทางขึ้นอุโมงค์
  • เสนอให้พัฒนาระบบขนส่งที่เชื่อมโยงกันในลักษณะบูรณาการ เช่น บขส. และรถไฟฟ้า
 

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ เป็นประธานในการสัมมนา ครั้งที่ 4

 

ตัวแทนจากที่ปรึกษา นำเสนอผลการศึกษาด้านต่างๆ

     
 

บรรยากาศการสัมมนาและการแสดงความคิดเห็น ณ โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์

 

บรรยากาศการสัมมนาและการแสดงความคิดเห็น ณ โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์

 

การประเมินผลจากแบบสอบถาม

ผู้ตอบแบบสอบถามในการสัมมนา รวม 524 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 34.7 ของผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งหมด ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการส่วนต่อขยายดังนี้

  • ร้อยละ 91.8 เห็นด้วยกับโครงการระดับค่อนข้างมากถึงมาก
  • ร้อยละ 88.2 เชื่อมั่นว่าโครงการ จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาจราจรได้ระดับค่อนข้างมากถึงมาก
  • ร้อยละ 84.3 เชื่อมั่นว่าโครงการมีประโยชน์ต่อชุมชนที่พักอาศัยหรือที่ทำงานระดับค่อนข้างมากถึงมาก
  • ร้อยละ 77.7 เชื่อมั่นว่าโครงการมีประโยชน์ต่อตัวเองหรือครอบครัวระดับค่อนข้างมากถึงมาก

 

 
 

แนวเส้นทางของโครงการและแผนการดำเนินโครงการ ( 1/6/48 )

แนวเส้นทาง

จากการศึกษาโครงการในช่วงที่ผ่านมา นำมาสู่ผลสรุปในการออกแบบเบื้องต้นส่วนต่อขยาย 4 เส้นทาง ได้แก่ ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท ช่วง สำโรง-สมุทรปราการ ส่วนต่อขยายสายสีลม ช่วง ถนนตากสิน-บางหว้า ส่วนต่อขยายสายพหลโยธิน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วง หมอชิต-สะพานใหม่ และช่วง สะพานใหม่-ลำลูกกา และส่วนต่อขยายสายปิ่นเกล้า ช่วง สนามกีฬาแห่งชาติ-พรานนก

     
 

 

ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท ช่วง สำโรง-สมุทรปราการ

เป็นโครงสร้างทางยกระดับ มีเส้นทางไปตามแนวเกาะกลางถนนสุขุมวิทจนถึงบริเวณสิ้นสุดโครงการ บริเวณซอยเทศบาลบางปู ซอย 55 มีสถานีทั้งหมด 7 สถานี ได้แก่ ช้างสามเศียร ( E16 ) โรงเรียนนายเรือ ( E17 ) ศาลากลาง ( E18 ) ศรีนครินทร์ ( E19 ) แพรกษา ( E20 ) สายลวด ( E21 ) เคหะสมุทรปราการ ( E22 ) รวมระยะทาง 10 กิโลเมตร

คลิกที่แผนที่เพื่อดูภาพขยาย

 

ส่วนต่อขยายสายสีลม ช่วง ถนนตากสิน-บางหว้า

เป็นโครงสร้างทางยกระดับ มีเส้นทางเริ่มต้นจากบริเวณแยกตากสินไปตามถนนราชพฤกษ์ ไปจนถึงถนนเพชรเกษม โดยใช้โครงสร้างของโครงการทางยกระดับคลองภาษีเจริญ ซึ่งโครงสร้างทางยกระดับจนถึงถนนเพชรเกษมจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2549 โดยมีสถานี 4 สถานี ได้แก่ โพธินิมิตร ( S9 ) รัชดาภิเษก ( S10) ศูนย์ตากสิน ( S11 ) บางหว้า ( S12 ) ระยะทางประมาณ 4.5 กิโลเมตร

คลิกที่แผนที่เพื่อดูภาพขยาย

 

ส่วนต่อขยายสายพหลโยธิน ช่วง หมอชิต-สะพานใหม่

เป็นโครงสร้างทางยกระดับ มีเส้นทางเริ่มต้นจากสถานีหมอชิตปัจจุบันไปตามแนวเกาะกลางของถนนพหลโยธิน สิ้นสุดที่สะพานใหม่ มี 11 สถานี ได้แก่ ลาดพร้าว ( N9 ) รัชโยธิน ( N10) เสนานิคม ( N11) เกษตร ( N12) ศรีปทุม ( N13) บางบัว ( N14) กรมทหารราบที่ 11 ( N15) รามอินทรา ( N16 ) พหลโยธิน 48 ( N17) สะพานใหม่ ( N18) สายไหม ( N19) ระยะทางทั้งสิ้น 11.9 กิโลเมตร

คลิกที่แผนที่เพื่อดูภาพขยาย

 

ส่วนต่อขยายสายพหลโยธิน ช่วง สะพานใหม่-ลำลูกกา

เป็นโครงสร้างยกระดับต่อจากช่วง หมอชิต-สะพานใหม่ วิ่งไปตามแนวพหลโยธิน จนสุดเขตกองทัพอากาศจึงเลี้ยวขวาตัดไปยังถนนลำลูกกา จนสิ้นสุดที่บริเวณถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอก) มี 6 สถานี ได้แก่ ดอนเมือง ( N20 ) โรงเรียนนายเรืออากาศ ( N21) คูคต ( N22) คลองสาม ( N23 ) คลองสี่ ( N24) วงแหวนรอบนอก ( N25 ) ระยะทางทั้งหมด 12.2 กิโลเมตร

คลิกที่แผนที่เพื่อดูภาพขยาย

 

ส่วนต่อขยายสายปิ่นเกล้า ช่วง สนามกีฬาแห่งชาติ-พรานนก

เป็นโครงสร้างอุโมงค์ โดยเริ่มลดระดับไปตามถนนพระรามที่ 1 นับตั้งแต่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ และสู่ระดับอุโมงค์ใต้ดินเมื่อถึงถนนบำรุงเมือง ผ่านถนนราชดำเนิน ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา สิ้นสุดบริเวณแยกไฟฉาย (พรานนก) มี 5 สถานี ได้แก่ มหานาค ( W2 ) ผ่านฟ้า ( W3) สนามหลวง ( W4 ) ศิริราช ( W5 ) พรานนก ( W6 ) ระยะทางทั้งสิ้น 7.7 กิโลเมตร

คลิกที่แผนที่เพื่อดูภาพขยาย

   

แผนงาน

ส่วนต่อขยาย 4 เส้นทาง ยกเว้นส่วนต่อขยายสายพหลโยธิน ช่วง สะพานใหม่-ลำลูกกา ได้วางแผนการดำเนินงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2553

คลิกที่แผนที่เพื่อดูภาพขยาย

 


   

 

ผู้ว่าฯ เปิดตัว “โครงการศึกษาแนวทางการพัฒนา โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายโดยรวม” ในงานแถลงข่าวเรื่อง “กรุงเทพมหานครกับระบบขนส่งมวลชนแบบบูรณาการ” (31/1/48)

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าว “พบกัน จันทร์ละหน คนกับข่าว” เรื่อง “กรุงเทพมหานครกับระบบขนส่งมวลชนแบบบูรณาการ” ในวันที่ 31 มกราคม 2548 ณ ห้องอเนกประสงค์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร


 
     

 

   

โครงการสำคัญที่ได้รับการนำเสนอในการแถลงข่าวครั้งนี้คือ “โครงการศึกษาแนวทางการพัฒนา โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายโดยรวม” โดยผู้ว่าฯ ได้กล่าวถึงแผนรวมโครงข่ายการขนส่งมวลชนระบบรางระยะที่ 1 หรือที่เรียกว่าแผนระบบราง 6 ปีของรัฐบาล ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการ ในปี 2547 ที่ผ่านมา ในส่วนที่กรุงเทพมหานครรับผิดชอบ มีด้วยกัน 2 เส้นทางคือ สายสีเขียวอ่อน (พรานนก-สมุทรปราการ) และสายสีเขียวเข้ม (บางหว้า-สะพานใหม่) รวมระยะทางประมาณ 66 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่เปิดให้บริการอยู่แล้วในปัจจุบันเป็นระยะทาง 23.5 กิโลเมตร และต้องต่อขยายเพิ่มเติมอีก 42.5 กิโลเมตร

เส้นทางสายสีเขียวทั้ง 2 สาย หรือ ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร หรือ รถไฟฟ้า BTS ที่กรุงเทพมหานครรับผิดชอบอยู่นั้น ปัจจุบันเปิดให้บริการไปแล้วกว่า 5 ปี ขณะนี้กรุงเทพมหานครเตรียมต่อขยายสายทางออกไปอีก 2 สาย คือ สายสีลม ช่วงสถานีสะพานตากสิน-แยกตากสิน (2.2 กิโลเมตร) และสายสุขุมวิท ช่วงสถานีอ่อนนุช-สำโรง (8.9 กิโลเมตร) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอเปิดซองประกวดราคา

สำหรับส่วนต่อขยายที่เหลือ ระยะทาง 31.4 กิโลเมตร กรุงเทพมหานครได้ดำเนิน “โครงการศึกษาแนวทางการพัฒนา โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายโดยรวม” เพื่อศึกษาความเหมาะสมทั้งทางด้านวิศวกรรมและจราจร ด้านแผนการดำเนินงานและแผนการลงทุน ด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชน และในการศึกษานี้ยังมีการศึกษาส่วนต่อขยายเพิ่มเติมจากแผนของรัฐบาลออกไปอีกรวม 3 สาย ระยะทางรวมประมาณ 54 กิโลเมตร เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการและความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

คลิ๊กที่ภาพเพื่อดูแผนที่ขนาดใหญ่ หรือ คลิ๊กที่นี่เพื่อดาวน์โหลดแผนที่

ส่วนต่อขยาย BTS ทุกเส้นทาง มีแผนดำเนินการคือ

  • สายสีลม จากสถานีสะพานตากสิน-ถนนตากสิน ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2549
  • สายสุขุมวิท จากอ่อนนุช-สำโรง ระยะทาง 8.9 กิโลเมตร มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2551

ซึ่งทั้ง 2 สายนี้อยู่ระหว่างรอเปิดซองประกวดราคา

ส่วนเส้นทางใน“โครงการศึกษาแนวทางการพัฒนา โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายโดยรวม” ประกอบด้วย

  • สายสีลม จากถนนตากสิน-ถนนเพชรเกษม ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2551
  • สายสุขุมวิท จากสำโรง-สมุทรปราการ ระยะทาง 7.9 กิโลเมตร มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2552
  • สายพหลโยธิน จากหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 12 กิโลเมตร มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2552
  • สายพระปิ่นเกล้า จากสนามกีฬาแห่งชาติ-พรานนก ระยะทาง 7.0 กิโลเมตร มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2553

สำหรับส่วนต่อขยายเพิ่มเติมจากแผนของรัฐบาล 3 สาย (54 กิโลเมตร) คือ สายสะพานใหม่-ลำลูกกา (ระยะทาง 14 กิโลเมตร อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมในการก่อสร้างรูปแบบรถไฟฟ้า) สายอ่อนนุช-ลาดกระบัง-สุวรรณภูมิ (ระยะทาง 20 กิโลเมตร) และสายบางนา-วัดศรีเอี่ยม-ม.ราม 2-สุวรรณภูมิ (ระยะทาง 20 กิโลเมตร แต่จะดำเนินการระยะแรกถึง ม.ราม 2 ระยะทาง 8 กิโลเมตรก่อน) ซึ่งทั้ง 2 สายหลังนี้ ถ้าเป็นระบบ BRT ก็จะสามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จ และเปิดให้บริการได้ภายในปี 2549 ไว้รองรับการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิและเป็นการเสริมโครงข่าย BRT ที่กรุงเทพมหานครมีนโยบายไว้ 10 เส้นทาง ภายในปี 2551 (ระบบ BRT คือ ระบบรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ ซึ่งวิ่งบริเวณเกาะกลางถนน)

“โครงการศึกษาแนวทางการพัฒนา โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายโดยรวม” จะใช้เวลาศึกษาทั้งสิ้น 12 เดือน ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 4 เดือน (นับตั้งเดือนเดือนกันยายน 2547) โดยได้มีการให้พบปะหารือกับหน่วยงาน ผู้นำความคิด และประชาชน ในพื้นที่ตามแนวสายทาง รวมไปถึงสถาบันการศึกษาทุกแห่ง ที่สามารถเป็นตัวแทนความคิดของประชาชน โดยได้นำความคิดมาประมวลและใช้ประโยชน์กับโครงการในด้านต่างๆ มาตั้งแต่เริ่มดำเนินการศึกษา และยังมีแผนในการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นตามแนวเส้นทางในช่วงปลายโครงการ

ทั้งนี้ ประชาชนที่อาจไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมสนทนาและสัมมนาโดยตรง สามารถร่วมกันแสดงความคิดเห็น ผ่านช่องทางเว็บเพจ www.daoreuk.com/bts-extension อีเมล์ tkompat@daoreuk.com และตู้ ปณ. 111 ปณ.จรเข้บัว กรุงเทพฯ 10230

 

 

 

 

 

   
Content and Web design by Daoreuk Communications Co., Ltd. Copyrights 2004. All rights reserved.