กทพ. รายงานความคืบหน้า ทางด่วนศรีรัช ดาวคะนอง (28/6/47)
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ศึกษาเพิ่มเติมสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ขนานกับสะพานพระราม 9 เพื่อเปรียบเทียบความเหมาะสมกับพื้นที่ศึกษาโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช ดาวคะนอง เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนที่มีที่อยู่อาศัยบริเวณแนวสายทาง
นายพิภพ ฟู่เจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนโครงการ กทพ. ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการ ทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช ดาวคะนอง ว่าสืบเนื่องจากการสัมมนาการมีส่วนร่วมของประชาชนของโครงการฯ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2547 ณ โรงแรมแม่น้ำริเวอร์ไซด์ ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมการสัมมนา ประมาณ 1,000 กว่าคน โดยได้เสนอแนะให้ กทพ. ทำการศึกษาเปรียบเทียบการมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ขนานกับสะพานพระราม 9 กับแนวเส้นทางเลือกที่ 3 ของโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช ดาวคะนอง เพื่อเป็นการลดผลกระทบกับประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งขณะนี้ กทพ. ได้แจ้งให้ที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาเพิ่มเติมแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถนำเสนอผลการศึกษาเปรียบเทียบและผลการศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในการสัมมนาครั้งต่อไป
โครงการฯ ดังกล่าวนี้ กทพ. ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอพซิลอน จำกัด บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์แมเนจเมนท์ จำกัด และบริษัท นอร์คอนซัลท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ทำการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช ดาวคะนอง และการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง สะพานพระราม 9) รวมทั้งการศึกษาและให้ข้อเสนอแนะในการเพิ่มประสิทธิภาพของสะพานพระราม 9 ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2546 ระยะเวลา 13 เดือน โดยให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation) ทุกขั้นตอนของการศึกษาโครงการ ตั้งแต่การเข้าพบเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน กลุ่ม/องค์กรต่าง ๆ ปัจจุบัน ได้จัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนไปแล้ว 2 ครั้ง จากผลการศึกษาเบื้องต้นสรุปว่า แนวเส้นทางเลือกที่ 3 ซึ่งมีแนวสายทางเริ่มต้นที่บริเวณ ถ.จันทน์ ซ้อนทับ ถ.เจริญราษฎร์ จนถึง ถ.พระรามที่ 3 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สิ้นสุดที่บริเวณ ถ.สุขสวัสดิ์ ระยะทางประมาณ 7.8 กม. เป็นเส้นทางที่มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการศึกษาในรายละเอียด โดยจะทำการศึกษาเปรียบเทียบการมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนานกับสะพานพระราม 9 กับแนวเส้นทางดังกล่าว เพื่อให้ได้แนวเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด เพื่อดำเนินการออกแบบเบื้องต้นและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไป
สำหรับผลการศึกษาโครงการการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง สะพานพระราม 9) ซึ่งมีจุดต้นทางบริเวณทางแยกต่างระดับดาวคะนอง และมีจุดปลายทางอยู่บริเวณเชิงลาดสะพานพระราม 9 ฝั่งธนบุรีนั้น ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า การขยายช่องจราจรจากดาวคะนองถึงสะพานพระราม 9 ไม่สามารถแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณดังกล่าวได้
กทพ. จัดสัมมนาโครงการทางด่วน สายทางพิเศษศรีรัช ดาวคะนอง ครั้งที่ 2 (25/4/47)
วันนี้ (25เมษายน 2547) ระหว่างเวลา 08.30 12.00 น. ณ ห้องวังมัจฉา โรงแรมแม่น้ำริเวอร์ไซด์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ได้จัดสัมมนาการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 2 โครงการศึกษาความเหมาะสมทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช ดาวคะนอง และการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง สะพานพระราม 9) โดยมี นายโสภณ ดวงแข ประธานอนุกรรมการกำกับดูแลการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการฯ เป็นประธานในพิธี
ในการสัมมนาครั้งนี้ กทพ. และกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ได้นำเสนอความคืบหน้าของโครงการภายหลังจากได้มีการสัมมนาครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2547 เพื่อนำเสนอโครงการและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ศึกษา โดยมีแนวเส้นทางเลือกเบื้องต้น 3 เส้นทาง ซึ่งหลังจากนั้นกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้จัดประชุมกลุ่มย่อยประชาชนในพื้นที่ศึกษา และสัมภาษณ์เชิงลึก เพื่อรวบรวมความคิดเห็นมาประกอบการศึกษาเส้นทางเลือกที่เหมาะสม
ทั้งนี้ ในการกำหนดแนวเส้นทางเลือกเบื้องต้น 3 เส้นทางนั้น พิจารณาจากองค์ประกอบหลายประการ เช่น จุดต้นทาง ปลายทาง สภาพภูมิประเทศ โครงสร้างสาธารณูปโภค สถานที่สาธารณประโยชน์ สถานศึกษา เช่น วัด โรงเรียน พื้นที่อนุรักษ์ตามกฎหมาย สถานที่ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม โบราณคดี ศาสนา พื้นที่ชุมชน เป็นต้น
สำหรับหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกแนวสายทางที่เหมาะสม ประกอบด้วย คะแนนด้านวิศวกรรม ด้านเศรษฐกิจ การเงิน และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลจากการสัมมนามีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 1 ได้กำหนดน้ำหนักการให้คะแนน ประกอบด้วย ด้านวิศวกรรมและจราจร 30 คะแนน ด้านเศรษฐกิจ และการลงทุน 30 คะแนน และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม 40 คะแนน โดยสรุปผลการศึกษาแนวเส้นทางเลือกทั้ง 3 แนวเส้นทาง พบว่า
แนวเส้นทางเลือกที่ 1 มีข้อได้เปรียบคือ สามารถใช้เขตทางของถนนเจริญราษฎร์ในการดำเนินการก่อสร้าง ผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวเส้นทางน้อย แต่การที่จุดสิ้นสุดแนวเส้นทางอยู่บริเวณถนนพระรามที่ 2 จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการรื้อย้ายสาธารณูปโภคมาก และการสร้างสะพานเพื่อข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาตามแนวเส้นทางเลือกนี้มีความยาวถึง 650 เมตร จึงมีมูลค่าการก่อสร้างสูง
แนวเส้นทางเลือกที่ 2 มีข้อได้เปรียบด้านแนวเส้นทางที่มีระยะทางสั้นที่สุด ประมาณ 5.9 กม. ใช้เขตทางของถนนเจริญราษฎร์ แต่แนวเส้นทางผ่านย่านชุมชนหนาแน่น จุดสิ้นสุดแนวเส้นทางอยู่บริเวณถนนพระรามที่ 2 เกิดผลกระทบต่อการรื้อย้ายสาธารณูปโภค มูลค่าการก่อสร้างจึงจัดอยู่ในระดับสูงเช่นกัน
แนวเส้นทางเลือกที่ 3 มีข้อได้เปรียบคือ ใช้เขตทางถนนเจริญราษฎร์มากที่สุด ตัดผ่านพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่อย่างเบาบาง และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสถานที่สำคัญๆ น้อย แต่มีข้อด้อยตรงที่มีระยะทางยาวที่สุดใน 3 แนวเส้นทางเลือก ประมาณ 7.8 กม. แต่มูลค่าการก่อสร้างน้อยที่สุด
เมื่อพิจารณาความเหมาะสมด้านวิศวกรรมและการจราจร ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ทั้ง 3 ด้าน ของทุกสายทางแล้ว พบว่าเส้นทางเลือกที่ 3 มีความเหมาะสมที่สุด ดังนั้น แนวเส้นทางเลือกที่ 3 จะเป็นแนวเส้นทางที่จะนำมาใช้ในการศึกษาความเหมาะสม พร้อมออกแบบเบื้องต้นและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการฯ ในขั้นตอนต่อไป
สำหรับผลการศึกษาโครงการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง-สะพานพระราม 9) มีการกำหนดจุดต้นทางบริเวณทางแยกต่างระดับดาวคะนอง และมีจุดปลายทางอยู่บริเวณเชิงลาดสะพานพระราม 9 ฝั่งธนบุรี ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า การขยายช่องจราจร จากดาวคะนองถึงสะพานพระราม 9 ไม่สามารถแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณดังกล่าว
สัมมนารับฟังความคิดเห็นด่วนศรีรัช-ดาวคะนอง ครั้งที่ 2 (12/3/47)
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม กำหนดจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ในโครงการศึกษาความเหมาะสมทางวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมของทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง และการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง-สะพานพระราม 9) ในวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2547 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องวังมัจฉา โรงแรมแม่น้ำริเวอร์ไซด์ ถ.เจริญกรุง
ทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง เริ่มสำรวจพื้นที่ศึกษาแล้ว (26/2/47)
บริษัทที่ปรึกษาของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม เริ่มเข้าสำรวจสภาพด้านกายภาพ สาธารณูปโภค และสถานที่สำคัญ ในพื้นที่ศึกษาความเหมาะโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง ซึ่งครอบคลุม 5 เขต เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาคัดเลือกแนวสายทางและรับฟังความคิดเห็น ซึ่งจะจัดขึ้น ครั้งที่ 2 ในวันที่ 25 เมษายน 2547 โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2547
ทั้งนี้ หลังจากการสัมมนารับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 ไปแล้วเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2547 บริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอพซิลอน จำกัด บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด บริษัท นอร์คอนซัลท์ ซีวิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้ดำเนินการจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจตรวจสอบพื้นที่ศึกษาที่ครอบคลุม 5 เขต คือ เขตยานนาวา เขตบางคอแหลม เขตสาทร เขตราษฎร์บูรณะ และเขตจอมทอง ตามที่ได้แจ้งให้ทราบเบื้องต้นในการสัมมนาดังกล่าว โดยมีรายละเอียดของการสำรวจ ประกอบด้วย
- การสำรวจลักษณะทางกายภาพทั่วไปของอาคารบ้านเรือนในพื้นที่ศึกษา
- การสำรวจสาธารณูปโภคในพื้นที่ศึกษา
- การสำรวจสถานที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาล/วัด/สถานที่ราชการ/โรงเรียน/โบราณสถาน เป็นต้น
สำหรับวิธีการเข้าสำรวจพื้นที่นั้น บริษัทที่ปรึกษาจะส่งเจ้าหน้าของบริษัทที่มีบัตรประจำตัว โดยจะไม่มีการเข้าสำรวจในบ้านเรือน หรือการติดต่อสัมภาษณ์ประชาชน แต่จะเป็นการเข้าสำรวจในเบื้องต้นเท่านั้น
นายพิภพ ฟู่เจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนโครงการ ได้กล่าวว่าหลังจากบริษัทที่ปรึกษา ได้เข้าสำรวจพื้นที่ศึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปบริษัทที่ปรึกษาจะเชิญผู้แทนชุมชน และผู้เกี่ยวข้องร่วมสนทนากลุ่มย่อย ณ สำนักเขตในพื้นที่ศึกษา 5 เขต เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากนั้นจะนำข้อมูลจากการเข้าสำรวจพื้นที่เบื้องต้น และข้อมูลจากการสนทนากลุ่มย่อยไปนำเสนอในการสัมมนารับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ในวันที่ 25 เมษายน 2547 ซึ่งคาดว่าจะได้ความชัดเจนเกี่ยวกับแนวสายทางเลือกมากขึ้น ส่วนการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 กำหนดจัดที่ใด เวลาใด กทพ. จะแจ้งข่าวให้ทราบต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่บริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาข้อมูลนี้ กทพ. ได้เปิดโอกาสให้ผู้แทนชุมชนได้เข้าพบเพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการทุกสัปดาห์ รวมทั้งได้ตอบข้อซักถามของผู้แทนชุมชน โดยล่าสุดได้เข้าพบเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2547 แล้ว
|