หน้าหลัก

กทพ.จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง ครั้งที่ 3 (25/9/48)

วันนี้ (25 กันยายน 2548) เวลา 08.30-12.00 น. ณ.ห้องแม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ นาย ยืนหยัด ใจสมุทร รองผู้ว่าการฝ่ายวิชาการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการสัมมนาโครงการศึกษาความเหมาะสมของโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง ครั้งที่ 3 ซึ่งในครั้งนี้ บริษัทที่ปรึกษาฯ จะนำเสนอรายงานผลการศึกษาเส้นทางเลือกที่มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนานกับสะพานพระราม 9 ซึ่งเป็นเส้นทางที่กระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

ในการศึกษาแนวเส้นทางเลือกของโครงการ ได้กำหนดแนวเส้นทางเลือกเบื้องต้นไว้ 3 แนวเส้นทาง โดยพิจารณาหลีกเลี่ยงสถานที่สำคัญ เช่น ศาสนสถาน โรงเรียน สถานที่ราชการ พร้อมทั้งพิจารณาการใช้ประโยชน์จากแนวเขตทางของถนนเดิมให้มากที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเวนคืนที่ดิน แต่ในการสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2547 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2547 ณ ห้องแม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ เพื่อนำเสนอผลการศึกษาแนวเส้นทางเลือกของโครงการ ผู้เข้าร่วมสัมมนาในการสัมมนาครั้งที่ 2 ได้เสนอให้ทำการศึกษาเปรียบเทียบแนวเส้นทางที่มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนานกับสะพานพระราม 9 กับแนวเส้นทางเลือกของโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง ดังนั้น การทางพิเศษฯ จึงได้กำหนดการศึกษาเพิ่มเติมในแนวเส้นทางเลือกที่มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนานกับสะพานพระราม 9 เปรียบเทียบกับ 3 แนวเส้นทางเลือกเดิมที่ได้ดำเนินการศึกษามาแล้ว

การสัมมนาครั้งนี้เป็นการรายงานเกี่ยวกับผลการศึกษาโครงการฯ ในด้านความเหมาะสมทางวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมของแนวเส้นทางที่ได้รับการคัดเลือก คือ แนวเส้นทางที่มีสะพานขนานกับสะพานพระราม 9 ซึ่งเป็นแนวเส้นทางที่กระทบต่อประชาชนน้อยกว่าแนวเส้นทางเลือกอื่นๆ มีลักษณะโครงการเป็นทางพิเศษยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร มีจุดเริ่มต้นการก่อสร้างที่ทางแยกต่างระดับบางโคล่ โดยออกแบบก่อสร้างให้เป็นทางแยกต่างระดับบางโคล่ โดยออกแบบก่อสร้างให้เป็นทางแยกต่างระดับแบบครบทุกทิศทางบนพื้นที่เขตทางเดิมทั้งหมด เพื่อให้การจราจรระหว่างโครงการฯกับทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษเฉลิมมหานคร เชื่อมโยงกันได้โดยสมบูรณ์แบบ จากนั้นแนวเส้นทางจะซ้อนอยู่บนรัชดาภิเษกด้านทิศใต้ และข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในลักษณะคู่ขนานกับสะพานพระราม 9 ด้านท้ายน้ำ แล้วจึงเบนเข้าซ้อนอยู่บนทางพิเศษเฉลิมมหานคร ในลักษณะทางด่วนยกระดับซ้อนกัน 2 ชั้น โดยจะเริ่มลดระดับลงเพื่อเชื่อมต่อกับทางแยกต่างระดับดาวคะนอง รวมระยะทาง 6.1 กิโลเมตร

ในการศึกษาโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง ในทุกขั้นตอน ได้ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้สนใจได้รับข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ดังจะเห็นได้จากการสัมมนาครั้งที่ 1 และ 2 ที่ผ่านมา ประชาชนได้ให้ความร่วมมือและแสดงความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อโครงการฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนการคัดเลือกแนวเส้นทาง ซึ่งการทางพิเศษฯ ได้นำความคิดเห็นของประชาชนมาใช้ประกอบในการศึกษาความเหมาะสมและการศึกษาในขั้นรายละเอียดต่อไป

 


ศรีรัช – ดาวคะนอง พร้อมศึกษาแนวเส้นทางเลือกใหม่
ช่วยบรรเทาปัญหาจราจร และเพิ่มเส้นทางเชื่อมโยงฝั่งกรุงเทพฯ – ธนบุรี
(30/5/48)

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) อนุมัติให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงินและผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช –ดาวคะนอง ตามแนวเส้นทางเลือกใหม่ (แนวเส้นทางเลือกที่ 4) ซึ่งเป็นแนวเส้นทางเลือกที่มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนานกับสะพานพระราม 9 โดยเปรียบเทียบกับแนวเส้นทางเลือก 3 แนวเดิมของโครงการแล้ว ผลปรากฏว่าเป็นแนวเส้นทางที่มีความเหมาะสมกว่าแนวเส้นทางเลือกอื่น และเป็นแนวเส้นทางที่จะนำมาใช้ในการศึกษาความเหมาะสมของโครงการต่อไป

ในการคัดเลือกแนวเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดนั้น กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้พิจารณาโดยการเปรียบเทียบปัจจัยหลัก 3 ด้าน คือ ด้านวิศวกรรมและจราจร โดยเปรียบเทียบทั้งความยาวของแนวเส้นทาง ระยะเวลาในการก่อสร้าง ปัญหาการจราจรในระหว่างการก่อสร้าง ปริมาณจราจร ที่คาดว่าจะมาใช้เส้นทาง และประสิทธิภาพของโครงข่ายทางพิเศษและถนน ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน เปรียบเทียบด้านการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถ การประหยัดเวลาในการเดินทาง ค่าก่อสร้างและค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม เปรียบเทียบผลกระทบ ด้านสังคม คุณภาพอากาศและเสียง ผลกระทบต่อแหล่งน้ำ ทัศนคติของสมาชิกชุมชนต่อแนวเส้นทางเลือก ผลกระทบต่อทัศนียภาพและแหล่งวัฒนธรรม และผลกระทบต่อระบบคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคพื้นที่โดยรอบ หลังจากได้แนวเส้นทางเลือกที่เหมาะสมแล้ว กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาจะได้ทำการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเริ่มดำเนินการระหว่างเดือนพฤษภาคม – กันยายน 2548 ควบคู่ไปกับการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประชาสัมพันธ์ โดยการจัดประชุมชี้แจงระดับเขตในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ทั้ง 5 เขต คือ เขตราษฎร์บูรณะ จอมทอง บางคอแหลม ยานนาวา และสาทร เพื่อแจ้งผลการคัดเลือกแนวเส้นทาง และรับฟังความคิดเห็น เพื่อนำไปประกอบการศึกษาในรายละเอียดต่อไป นอกจากนั้น โครงการยังมีกำหนดการจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง ประมาณเดือนกันยายน 2548 เพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมฯ และผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ

ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดโครงการ และแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.eta.co.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

  • กองประชาสัมพันธ์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยโทร. 0-2579-5176, 0-2579-5380-9 ต่อ 1420, 1431
  • ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ (Call Center) โทร. 1543

 


 

กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาพร้อมลงพื้นที่พบประชาชน เพื่อชี้แจงแนวเส้นทางเลือกที่ 4 ทางพิเศษศรีรัช – ดาวคะนอง (16/2/48)

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการศึกษาเพิ่มเติมโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง ในแนวเส้นทางเลือกที่ 4 ซึ่งเป็นแนวทางเลือกที่มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนานกับสะพานพระราม 9 โดยการให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาลงพื้นที่พบประชาชนเพื่อชี้แจงแนวเส้นทางเลือกที่ 4 และรับฟังความคิดเห็น ในวันเสาร์ที่ 19 วันอาทิตย์ที่ 20 วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ 2548 และวันเสาร์ที่12 มีนาคม 2548

นายพิภพ ฟู่เจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนโครงการ กทพ. ได้กล่าวในรายละเอียดว่า จากการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2547 นั้น ประชาชนผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เสนอให้ กทพ. พิจารณาศึกษาเปรียบเทียบแนวเส้นทางที่มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนานกับสะพานพระราม 9 เป็นแนวเส้นทางเลือกที่ 4 กับแนวทางเลือกของโครงการฯ เพื่อให้มีการเวนคืนที่ดินและส่งผลกระทบต่อประชาชนในเขตพื้นที่น้อยที่สุด

ดังนั้น กทพ. จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเปรียบเทียบแนวเส้นทางเลือกดังกล่าว ทั้งนี้ได้เริ่มดำเนินการศึกษาเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 เป็นต้นไป โดย “แนวเส้นทางเลือกที่ 4” มีระยะทางประมาณ 9.09 กม. จะเริ่มต้นที่บริเวณจุดตัดระหว่างถนนจันทน์กับทางพิเศษศรีรัช ไปทางแยกต่างระดับบางโคล่ โดยจะใช้เส้นทางของทางพิเศษศรีรัชปัจจุบันโดยไม่มีการเวนคืนที่ดินเพิ่มเติม และจะเริ่มก่อสร้างที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่ โดยแนวเส้นทางจะซ้อนทับถนนรัชดาภิเษกทางด้านทิศใต้ เป็นระยะทางประมาณ 600 เมตรจนถึงถนนพระรามที่ 3 จากนั้นแนวเส้นทาง จะผ่านพื้นที่เขตทางริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศใต้ของสะพานพระราม 9 ซึ่งเป็นพื้นที่เขตทางพิเศษในปัจจุบัน แล้วข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในลักษณะสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 มีความยาวสะพานช่วงข้ามแม่น้ำประมาณ 450 เมตร หลังจากข้ามแม่น้ำแล้ว จะวางตัวขนานกับแนวทางพิเศษเฉลิมมหานคร ข้ามถนนราษฎร์บูรณะ มาจนถึงจุดตัดระหว่างทางพิเศษเฉลิมมหานครกับถนนสุขสวัสดิ์ จากนั้นแนวจะเริ่มเบนเข้าซ้อนทับแนวเขตทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดยเป็นทางยกระดับซ้อนอยู่บนทางพิเศษในลักษณะสะพานซ้อนสะพาน (ทางด่วน 2 ชั้น) และเมื่อถึงบริเวณจุดตัดระหว่างทางพิเศษเฉลิมมหานครกับซอยสุขสวัสดิ์ 26 แนว จะเริ่มลดระดับลงเพื่อต่อเชื่อมกับทางแยกต่างระดับดาวคะนองและด่านจัดเก็บค่าผ่านทางพิเศษดาวคะนอง อันเป็นจุดสิ้นสุด

ในการนี้ กลุ่มบริษัทที่ปรึกษากำหนดลงพื้นที่พบประชาชนเพื่อชี้แจงแนวเส้นทางเลือกที่ 4 และรับฟังความคิดเห็น เพื่อคัดเลือกแนวเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดในการช่วยบรรเทาปัญหาจราจรและเพิ่มเส้นทางเชื่อมโยงฝั่งกรุงเทพฯ และธนบุรี ตามวันเวลาและสถานที่ ดังนี้

กำหนดการเบื้องต้นการสนทนากลุ่มย่อยและสัมภาษณ์เชิงลึกเพิ่มเติม

วัน / เดือน / ปี

เวลา

พื้นที่ดำเนินงาน

สถานที่ประชุม

วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2548

09.30–11.30 น .

แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ

สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ

 

13.30–15.30 น.

แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ

สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ

วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2548

09.30–11.30 น.

แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา

สำนักงานเขตยานนาวา

 

13.30–15.30 น.

แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร

สำนักงานเขตสาทร

วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ 2548

13.30 – 15.30 น.

แขวงจอมทองและแขวงบางมด
เขตจอมทอง

สำนักงานเขตจอมทอง

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม 2548

09.30–11.30 น .

แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม

โรงเรียนวัดราชสิงขร

ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด   โทร.   0 2509 9000 ต่อ 2320

 


เกี่ยวกับโครงการ
การมีส่วนร่วมและการประชาสัมพันธ์
ความคืบหน้าโครงการ
ข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
ร้องเรียน-เสนอแนะ
คำถามที่มักถามบ่อย
กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา
 
 

กทพ. รายงานความคืบหน้า ทางด่วนศรีรัช – ดาวคะนอง (28/6/47)

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ศึกษาเพิ่มเติมสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ขนานกับสะพานพระราม 9 เพื่อเปรียบเทียบความเหมาะสมกับพื้นที่ศึกษาโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช – ดาวคะนอง เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนที่มีที่อยู่อาศัยบริเวณแนวสายทาง

นายพิภพ ฟู่เจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนโครงการ กทพ. ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการ ทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช – ดาวคะนอง ว่าสืบเนื่องจากการสัมมนาการมีส่วนร่วมของประชาชนของโครงการฯ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2547 ณ โรงแรมแม่น้ำริเวอร์ไซด์ ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมการสัมมนา ประมาณ 1,000 กว่าคน โดยได้เสนอแนะให้ กทพ. ทำการศึกษาเปรียบเทียบการมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ขนานกับสะพานพระราม 9 กับแนวเส้นทางเลือกที่ 3 ของโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช – ดาวคะนอง เพื่อเป็นการลดผลกระทบกับประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งขณะนี้ กทพ. ได้แจ้งให้ที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาเพิ่มเติมแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถนำเสนอผลการศึกษาเปรียบเทียบและผลการศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในการสัมมนาครั้งต่อไป

โครงการฯ ดังกล่าวนี้ กทพ. ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอพซิลอน จำกัด บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์แมเนจเมนท์ จำกัด และบริษัท นอร์คอนซัลท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ทำการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช – ดาวคะนอง และการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง – สะพานพระราม 9) รวมทั้งการศึกษาและให้ข้อเสนอแนะในการเพิ่มประสิทธิภาพของสะพานพระราม 9 ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2546 ระยะเวลา 13 เดือน โดยให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation) ทุกขั้นตอนของการศึกษาโครงการ ตั้งแต่การเข้าพบเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน กลุ่ม/องค์กรต่าง ๆ ปัจจุบัน ได้จัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนไปแล้ว 2 ครั้ง จากผลการศึกษาเบื้องต้นสรุปว่า แนวเส้นทางเลือกที่ 3 ซึ่งมีแนวสายทางเริ่มต้นที่บริเวณ ถ.จันทน์ ซ้อนทับ ถ.เจริญราษฎร์ จนถึง ถ.พระรามที่ 3 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สิ้นสุดที่บริเวณ ถ.สุขสวัสดิ์ ระยะทางประมาณ 7.8 กม. เป็นเส้นทางที่มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการศึกษาในรายละเอียด โดยจะทำการศึกษาเปรียบเทียบการมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนานกับสะพานพระราม 9 กับแนวเส้นทางดังกล่าว เพื่อให้ได้แนวเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด เพื่อดำเนินการออกแบบเบื้องต้นและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไป

สำหรับผลการศึกษาโครงการการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง – สะพานพระราม 9) ซึ่งมีจุดต้นทางบริเวณทางแยกต่างระดับดาวคะนอง และมีจุดปลายทางอยู่บริเวณเชิงลาดสะพานพระราม 9 ฝั่งธนบุรีนั้น ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า การขยายช่องจราจรจากดาวคะนองถึงสะพานพระราม 9 ไม่สามารถแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณดังกล่าวได้


กทพ. จัดสัมมนาโครงการทางด่วน สายทางพิเศษศรีรัช – ดาวคะนอง ครั้งที่ 2 (25/4/47)

วันนี้ (25เมษายน 2547) ระหว่างเวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องวังมัจฉา โรงแรมแม่น้ำริเวอร์ไซด์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ได้จัดสัมมนาการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 2 โครงการศึกษาความเหมาะสมทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช – ดาวคะนอง และการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง – สะพานพระราม 9) โดยมี นายโสภณ ดวงแข ประธานอนุกรรมการกำกับดูแลการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการฯ เป็นประธานในพิธี

ในการสัมมนาครั้งนี้ กทพ. และกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ได้นำเสนอความคืบหน้าของโครงการภายหลังจากได้มีการสัมมนาครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2547 เพื่อนำเสนอโครงการและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ศึกษา โดยมีแนวเส้นทางเลือกเบื้องต้น 3 เส้นทาง ซึ่งหลังจากนั้นกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้จัดประชุมกลุ่มย่อยประชาชนในพื้นที่ศึกษา และสัมภาษณ์เชิงลึก เพื่อรวบรวมความคิดเห็นมาประกอบการศึกษาเส้นทางเลือกที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ในการกำหนดแนวเส้นทางเลือกเบื้องต้น 3 เส้นทางนั้น พิจารณาจากองค์ประกอบหลายประการ เช่น จุดต้นทาง – ปลายทาง สภาพภูมิประเทศ โครงสร้างสาธารณูปโภค สถานที่สาธารณประโยชน์ สถานศึกษา เช่น วัด โรงเรียน พื้นที่อนุรักษ์ตามกฎหมาย สถานที่ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม โบราณคดี ศาสนา พื้นที่ชุมชน เป็นต้น

สำหรับหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกแนวสายทางที่เหมาะสม ประกอบด้วย คะแนนด้านวิศวกรรม ด้านเศรษฐกิจ การเงิน และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลจากการสัมมนามีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 1 ได้กำหนดน้ำหนักการให้คะแนน ประกอบด้วย ด้านวิศวกรรมและจราจร 30 คะแนน ด้านเศรษฐกิจ และการลงทุน 30 คะแนน และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม 40 คะแนน โดยสรุปผลการศึกษาแนวเส้นทางเลือกทั้ง 3 แนวเส้นทาง พบว่า

แนวเส้นทางเลือกที่ 1 มีข้อได้เปรียบคือ สามารถใช้เขตทางของถนนเจริญราษฎร์ในการดำเนินการก่อสร้าง ผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวเส้นทางน้อย แต่การที่จุดสิ้นสุดแนวเส้นทางอยู่บริเวณถนนพระรามที่ 2 จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการรื้อย้ายสาธารณูปโภคมาก และการสร้างสะพานเพื่อข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาตามแนวเส้นทางเลือกนี้มีความยาวถึง 650 เมตร จึงมีมูลค่าการก่อสร้างสูง

แนวเส้นทางเลือกที่ 2 มีข้อได้เปรียบด้านแนวเส้นทางที่มีระยะทางสั้นที่สุด ประมาณ 5.9 กม. ใช้เขตทางของถนนเจริญราษฎร์ แต่แนวเส้นทางผ่านย่านชุมชนหนาแน่น จุดสิ้นสุดแนวเส้นทางอยู่บริเวณถนนพระรามที่ 2 เกิดผลกระทบต่อการรื้อย้ายสาธารณูปโภค มูลค่าการก่อสร้างจึงจัดอยู่ในระดับสูงเช่นกัน

แนวเส้นทางเลือกที่ 3 มีข้อได้เปรียบคือ ใช้เขตทางถนนเจริญราษฎร์มากที่สุด ตัดผ่านพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่อย่างเบาบาง และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสถานที่สำคัญๆ น้อย แต่มีข้อด้อยตรงที่มีระยะทางยาวที่สุดใน 3 แนวเส้นทางเลือก ประมาณ 7.8 กม. แต่มูลค่าการก่อสร้างน้อยที่สุด

เมื่อพิจารณาความเหมาะสมด้านวิศวกรรมและการจราจร ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ทั้ง 3 ด้าน ของทุกสายทางแล้ว พบว่าเส้นทางเลือกที่ 3 มีความเหมาะสมที่สุด ดังนั้น แนวเส้นทางเลือกที่ 3 จะเป็นแนวเส้นทางที่จะนำมาใช้ในการศึกษาความเหมาะสม พร้อมออกแบบเบื้องต้นและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการฯ ในขั้นตอนต่อไป

สำหรับผลการศึกษาโครงการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง-สะพานพระราม 9) มีการกำหนดจุดต้นทางบริเวณทางแยกต่างระดับดาวคะนอง และมีจุดปลายทางอยู่บริเวณเชิงลาดสะพานพระราม 9 ฝั่งธนบุรี ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า การขยายช่องจราจร จากดาวคะนองถึงสะพานพระราม 9 ไม่สามารถแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณดังกล่าว


สัมมนารับฟังความคิดเห็นด่วนศรีรัช-ดาวคะนอง ครั้งที่ 2 (12/3/47)

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม กำหนดจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ในโครงการศึกษาความเหมาะสมทางวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมของทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง และการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง-สะพานพระราม 9) ในวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2547 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องวังมัจฉา โรงแรมแม่น้ำริเวอร์ไซด์ ถ.เจริญกรุง


ทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง เริ่มสำรวจพื้นที่ศึกษาแล้ว (26/2/47)

บริษัทที่ปรึกษาของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม เริ่มเข้าสำรวจสภาพด้านกายภาพ สาธารณูปโภค และสถานที่สำคัญ ในพื้นที่ศึกษาความเหมาะโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง ซึ่งครอบคลุม 5 เขต เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาคัดเลือกแนวสายทางและรับฟังความคิดเห็น ซึ่งจะจัดขึ้น ครั้งที่ 2 ในวันที่ 25 เมษายน 2547 โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2547

ทั้งนี้ หลังจากการสัมมนารับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 ไปแล้วเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2547 บริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอพซิลอน จำกัด บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด บริษัท นอร์คอนซัลท์ ซีวิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้ดำเนินการจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจตรวจสอบพื้นที่ศึกษาที่ครอบคลุม 5 เขต คือ เขตยานนาวา เขตบางคอแหลม เขตสาทร เขตราษฎร์บูรณะ และเขตจอมทอง ตามที่ได้แจ้งให้ทราบเบื้องต้นในการสัมมนาดังกล่าว โดยมีรายละเอียดของการสำรวจ ประกอบด้วย

  1. การสำรวจลักษณะทางกายภาพทั่วไปของอาคารบ้านเรือนในพื้นที่ศึกษา
  2. การสำรวจสาธารณูปโภคในพื้นที่ศึกษา
  3. การสำรวจสถานที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาล/วัด/สถานที่ราชการ/โรงเรียน/โบราณสถาน เป็นต้น

สำหรับวิธีการเข้าสำรวจพื้นที่นั้น บริษัทที่ปรึกษาจะส่งเจ้าหน้าของบริษัทที่มีบัตรประจำตัว โดยจะไม่มีการเข้าสำรวจในบ้านเรือน หรือการติดต่อสัมภาษณ์ประชาชน แต่จะเป็นการเข้าสำรวจในเบื้องต้นเท่านั้น

นายพิภพ ฟู่เจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนโครงการ ได้กล่าวว่าหลังจากบริษัทที่ปรึกษา ได้เข้าสำรวจพื้นที่ศึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปบริษัทที่ปรึกษาจะเชิญผู้แทนชุมชน และผู้เกี่ยวข้องร่วมสนทนากลุ่มย่อย ณ สำนักเขตในพื้นที่ศึกษา 5 เขต เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากนั้นจะนำข้อมูลจากการเข้าสำรวจพื้นที่เบื้องต้น และข้อมูลจากการสนทนากลุ่มย่อยไปนำเสนอในการสัมมนารับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ในวันที่ 25 เมษายน 2547 ซึ่งคาดว่าจะได้ความชัดเจนเกี่ยวกับแนวสายทางเลือกมากขึ้น ส่วนการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 กำหนดจัดที่ใด เวลาใด กทพ. จะแจ้งข่าวให้ทราบต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่บริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาข้อมูลนี้ กทพ. ได้เปิดโอกาสให้ผู้แทนชุมชนได้เข้าพบเพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการทุกสัปดาห์ รวมทั้งได้ตอบข้อซักถามของผู้แทนชุมชน โดยล่าสุดได้เข้าพบเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2547 แล้ว


 


ารขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง-สะพานพระราม 9) (13/2/2547)

การจัดสัมมนาครั้งที่ 1 ในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2547 เวลา 8.30 – 12.30 น. เป็นกิจกรรมหนึ่งของการดำเนินงานการมีส่วนร่วมและการประชาสัมพันธ์ ในขั้นตอนพิจารณาโครงการในเบื้องต้น โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อนำเสนอข้อมูลสภาพปัญหาด้านการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พื้นที่ปริมณฑล และพื้นที่ในเขตโครงการ สาเหตุ และแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อเสนอแนวคิดในการแก้ไขปัญหาจราจรของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ในบริเวณพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร และรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวคิดการแก้ไขปัญหาจราจรจากที่ประชุม โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาจำนวน 773 ราย

ที่ประชุมได้นำเสนอเนื้อหาสาระของการสัมมนาในประเด็นต่างๆ อาทิ แนวคิดการแก้ไขปัญหาจราจรของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย รวมทั้งแนะนำ “โครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง และการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง-สะพานพระราม 9)”

หลังจากนั้นการทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้เปิดโอกาสให้มีการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมสัมมนา โดยมี รศ.ดร.ธเรศ ศรีสถิตย์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ดำเนินรายการ และมีวิทยากร 3 ท่านประกอบด้วย นายเผชิญ ไพโรจน์ศักดิ์ รักษาการณ์ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย นายพิภพ ฟู่เจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนโครงการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย นายประสงค์ มงคลเนาวรัตน์ รองผู้จัดการโครงการ และดร.สิรินิมิตร วังสุนทร ผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ให้ข้อมูลรวมทั้งตอบข้อซักถามโดยได้เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมสัมมนาแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการฯ นอกจากนี้ ได้ร่วมชี้แจงด้วย

จากการสัมมนาสามารถสรุปผลได้ว่า ผู้เข้าร่วมสัมมนาแสดงความกังวลเรื่องแนวเส้นทางเลือก โดยเฉพาะแนวเส้นทางเลือกที่ 2 ซึ่งเป็นบริเวณที่มีชุมชนอยู่อย่างหนาแน่น ผู้เข้าร่วมสัมมนาต้องการข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับแนวเส้นทางมากขึ้น ต้องการให้มีการประชาสัมพันธ์โครงการให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง เปิดเผย และมีความโปร่งใส

สำหรับการสำรวจความคิดเห็นในเรื่องการแก้ไขปัญหาจราจรโดยโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง และการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง-สะพานพระราม 9) พบว่า มีผู้เห็นด้วยต่อแนวคิดในการแก้ไขปัญหาจราจรโดยโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง และการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง-สะพานพระราม 9) ร้อยละ 36 โดยให้เหตุผลว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ดี และมีทางเลือกในการใช้เส้นทางคมนาคมเพิ่มขึ้น ขณะที่มีผู้ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 52 มีความเห็นว่า ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการพัฒนาโครงการ และไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกวิธี ร้อยละ 4 แสดงความรู้สึกทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และร้อยละ 8 ไม่แสดงความคิดเห็น โดยให้เหตุผลว่า ต้องประเมินความเดือดร้อนของประชาชน


การทางพิเศษฯ เตรียมศึกษาความเหมาะสมสายทางศรีรัช - ดาวคะนอง
เชื่อมโยงกรุงเทพฯ - ธนบุรี
(11/2/2547)

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมโครงการ
ทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง และการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร
(ช่วงดาวคะนอง - สะพานพระราม 9) ระยะเวลา 13 เดือน เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณทางพิเศษเฉลิมมหานครช่วงบางโคล่ - ดาวคะนอง

เนื่องจากการเดินทางจากพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ของกรุงเทพฯ เพื่อเข้าสู่ใจกลางเมือง
ในปัจจุบันนี้มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการจราจรดังกล่าวสามารถใช้เส้นทางถนนพระรามที่ 2 ต่อเนื่องด้วยทางพิศษเฉลิมมหานครช่วงดาวคะนอง - บางโคล่เพียงเส้นทางเดียว
ในขณะที่มีเพียงสะพานพระราม 9 รองรับปริมาณการจราจรที่ต้องการข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณนี้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ทำให้การจราจรบริเวณดังกล่าวหนาแน่นตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน การจราจรจะยิ่งติดขัดมาก จนส่งผลให้มีการติดขัดต่อเนื่องไปยังทางพิเศษเฉลิมมหานคร ช่วงบางโคล่ - ท่าเรือ และทางพิเศษศรีรัช ช่วงบางโคล่ - สาทร

กทพ. จึงได้มอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอพซิลอน จำกัด บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด และบริษัท นอร์คอนซัลท์ ซีวิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบในโครงการศึกษาความเหมาะสมดังกล่าว โดยมีภารกิจหลักดังนี้ คือ

  • ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง
  • เสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง - สะพานพระราม 9) ศึกษาและให้ข้อเสนอแนะในการเพิ่มประสิทธิภาพของสะพานพระราม 9
  • ศึกษาสำรวจแนวทางและกำหนดแนวเขตทางของโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง
  • ศึกษาและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเสนอมาตรการลดผลกระทบและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ และ
  • จัดทำแบบแปลนและข้อมูลสำหรับงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินของโครงการ
คลิ๊กเพื่อดูแผนที่ขนาดใหญ่

โครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง มีแนวสายทางเริ่มต้นเชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัช บริเวณถนนจันทน์ ซ้อนทับถนนเจริญราษฎร์ (ถนนเหนือ - ใต้) ผ่านถนนพระรามที่ 3 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนราษฎร์บูรณะ และถนนสุขสวัสดิ์ ตามลำดับ โดยมีจุดสิ้นสุดบรรจบกับถนนพระรามที่ 2 บริเวณใกล้ทางขึ้น - ลงดาวคะนอง รวมระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร

พร้อมกันนี้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ยังมีแผนที่จะเพิ่มความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง - สะพานพระราม 9) ด้วยการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานครในช่วงนี้ ซึ่งปัจจุบันมีช่องจราจรเพียง 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง โดยมีจุดเริ่มต้นการขยายช่องจราจรจากเชิงสะพานพระราม 9 ฝั่งธนบุรีขนานไปตามแนวเขตทางพิเศษเฉลิมมหานคร สิ้นสุดที่ทางขึ้น - ลงดาวคะนอง บริเวณถนนพระรามที่ 2 รวมระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร

ในการดำเนินโครงการดังกล่าว กทพ. และกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประชาสัมพันธ์ตั้งแต่ขั้นศึกษาและวางแผนโครงการ โดยจัดให้มีกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปยังผู้มีส่วนได้-เสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ มาประกอบการพิจารณาโครงการฯ

โอกาสนี้ กทพ. และกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้กำหนดจัดสัมมนาเพื่อแนะนำโครงการฯ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ ในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2547 เวลา 08.30 - 12.30 น. ณ ห้องแม่น้ำแกรนด์บอลรูม โรงแรมแม่น้ำริเวอร์ไซด์ ถนนเจริญกรุง โดยได้รับเกียรติจาก
นายโสภณ ดวงแข ประธานอนุกรรมการกำกับการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง และการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง-สะพานพระราม 9) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา

 

 

 

 

 

Content © by ETA. Web Design by Daoreuk Communications Co., Ltd. All rights reserved.