หน้าหลัก

การสัมมนาครั้งที่ 1 (13/2/47)

การสัมมนาครั้งที่ 1 จัดขึ้น ณ ห้องแม่น้ำ แกรนด์บอลรูม โรงแรมแม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2547 เวลา 8.30–12.30 น. เพื่อนำเสนอข้อมูลสภาพปัญหาการจราจรในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ แนวคิดในการแก้ไขปัญหา และแนะนำโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง และการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง-สะพานพระราม 9)


นายเผชิญ ไพโรจน์ศักดิ์
รักษาการผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานเปิดสัมมนา

 

นายโสภณ ดวงแข
ประธานอนุกรรมการกำกับการศึกษาฯ กล่าวเปิดการสัมมนา

 

 
     

บรรยากาศการสัมมนาครั้งที่ 1


ผลจากการสัมมนา ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้มีข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะโดยสรุปได้แก่ ขอให้ชี้แจงข้อมูลแนวเส้นทางเลือกที่ชัดเจนพร้อมแผนที่ประกอบ โดยระบุขอบเขตของแนวเส้นทาง รูปแบบการก่อสร้างในแต่ละช่วงของแต่ละแนว และชุมชนที่แนวเส้นทางแต่ละแนวพาดผ่าน ก่อนการพิจารณาเลือกแนวเส้นทางที่เหมาะสม โดยให้แจ้งผลการศึกษาที่ชัดเจนให้แก่ประชาชนในพื้นที่โดยเร็วที่สุด เพราะช่วงระยะเวลาการศึกษาที่ยาวนานถึง 13 เดือน ทำให้ประชาชนมีความวิตกกังวลอย่างมาก และโครงการมีผลกระทบต่อการวางแผนอนาคตของแต่ละครัวเรือนและผู้ประกอบการในพื้นที่โดยตรง




เกี่ยวกับโครงการ
การมีส่วนร่วมและการประชาสัมพันธ์
ความคืบหน้าโครงการ
ข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
ร้องเรียน-เสนอแนะ
คำถามที่มักถามบ่อย
กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา
 
 

เอกสารประชาสัมพันธ์งานสัมมนาครั้งที่ 1
คลิกที่ภาพที่ต้องการดูด้านล่าง

 



การสัมมนาครั้งที่ 2 (25/4/47)

การสัมมนาครั้งที่ 2 จัดขึ้น ณ ห้องวังมัจฉา โรงแรมแม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ ในวันที่ 25 เมษายน 2547 เวลา 8.30–12.00 น. เพื่อนำเสนอผลการพิจารณาคัดเลือกแนวเส้นทางที่เหมาะสม ทั้งทางด้านวิศวกรรมและการจราจร ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งสรุปว่าเส้นทางเลือกที่ 3 มีความเหมาะสมที่สุด และได้รับการคัดเลือกเพื่อใช้ในการศึกษาความเหมาะสม พร้อมออกแบบเบื้องต้นและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไป สำหรับผลการศึกษาของโครงการขยายช่องจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงดาวคะนอง-สะพานพระราม 9) สรุปว่าการขยายช่องจราจรช่วงดาวคะนองถึงสะพานพระราม 9 จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณดังกล่าวได้


นายเผชิญ ไพโรจน์ศักดิ์
รักษาการผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานเปิดสัมมนา

 

นายโสภณ ดวงแข
ประธานอนุกรรมการกำกับการศึกษาฯ กล่าวเปิดการสัมมนา


 
     
 
     

บรรยากาศการสัมมนาครั้งที่ 2


ผลจากการสัมมนา ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้มีข้อเสนอให้ทำการศึกษาเปรียบเทียบการมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนานกับสะพานพระราม 9 กับแนวเส้นทางเลือกที่ 3 ซึ่งเป็นแนวเส้นทางที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความเหมาะสมที่สุด เพื่อให้มีการเวนคืนที่ดินและส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ซึ่ง กทพ. ได้รับข้อเสนอดังกล่าว ไปพิจารณาปรับปรุงแนวทางการศึกษาต่อไป


เอกสารประชาสัมพันธ์งานสัมมนาครั้งที่ 2
คลิกที่ภาพที่ต้องการดูด้านล่าง

     

 


 

การสนทนากลุ่มย่อยและสัมภาษณ์เชิงลึกเพิ่มเติม

ในการให้คะแนนด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมในแนวเส้นทางเลือกที่ 3 และ 4 โครงการฯได้จัดกิจกรรมการสนทนากลุ่มย่อยและสัมภาษณ์เชิงลึกตัวแทนประชาชนในพื้นที่เพิ่มเติม ระหว่างวันที่ 19-23 กุมภาพันธ์ และ 12 มีนาคม 2548 เพื่อนำผลที่ได้ไปประกอบการคัดเลือกแนวเส้นทางในปัจจัยด้านทัศนคติของสมาชิกชุมชน

สรุปประเด็นจากการสนทนากลุ่มย่อยและสัมภาษณ์เชิงลึกเพิ่มเติม

จากการสนทนากลุ่มย่อยและสัมภาษณ์เชิงลึกเพิ่มเติมดังกำหนดการข้างต้น พบว่าผู้เข้าประชุมให้ความสนใจต่อประเด็นด้านวิศวกรรมและการจราจรและประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยสามารถจำแนกกลุ่มย่อยที่กำหนดขึ้น 6 กลุ่ม เป็นกลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกับแนวเส้นทางเลือกที่ 3 และ 4 ได้ดังนี้

กลุ่มแขวง

กลุ่มที่ 1
บางปะกอก

กลุ่มที่ 2
ราษฎร์บูรณะ

กลุ่มที่ 3
บางโพงพาง

กลุ่มที่ 4
ทุ่งวัดดอน

กลุ่มที่ 5
บางมดและ
จอมทอง

กลุ่มที่ 6
บางโคล่

แนวเส้นทางเลือกที่ 3

-

แนวเส้นทางเลือกที่ 4

-

 

บรรยากาศการสนทนากลุ่มย่อยของกลุ่มที่ 1 แขวงบางปะกอก
ณ สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2548 (09.30-11.30 น.)


บรรยากาศการสนทนากลุ่มย่อยของกลุ่มที่ 2 แขวงราษฎร์บูรณะ
ณ สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2548 (13.30-15.30 น.)


บรรยากาศการสนทนากลุ่มย่อยของกลุ่มที่ 3 แขวงบางโพงพาง
ณ สำนักงานเขตยานนาวา เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2548 (09.30-11.30 น.)


บรรยากาศการสนทนากลุ่มย่อยของกลุ่มที่ 4 แขวงทุ่งวัดดอน
ณ สำนักงานเขตสาทร เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2548 (13.30-15.30 น.)


บรรยากาศการสนทนากลุ่มย่อยของกลุ่มที่ 5 แขวงบางมดและแขวงจอมทอง
ณ สำนักงานเขตบางมด เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2548 (13.30-15.30 น.)


บรรยากาศการสนทนากลุ่มย่อยของกลุ่มที่ 6 แขวงบางโคล่
ณ โรงเรียนวัดราชสิงขร เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2548 (09.30-11.30 น.)

 

สามารถสรุปข้อซักถามและความคิดเห็นออกเป็น 5 ประเด็น ดังนี้

ด้านวิศวกรรมและการจราจร

  • ต้องการทราบลักษณะโครงการและรายละเอียดการก่อสร้าง องค์ประกอบของโครงการ
  • ให้พิจารณาสภาพการจราจรทั้งในปัจจุบันและอนาคตที่โครงการวงแหวนอุตสาหกรรมและวงแหวนวนรอบนอกด้านใต้แล้วเสร็จ
  • ควรพิจารณาแก้ปัญหาจราจรด้วยแนวทางอื่น

ด้านการคัดเลือกแนวทาง

  • อยากให้มีการชี้แจงอย่างชัดเจนว่าแนวเส้นทางที่ได้รับคัดเลือกคือเส้นทางใด
  • มีความเห็นว่าการกำหนดคะแนนด้านทัศนคติของประชาชนน้อยเกินไป

ด้านเศรษฐกิจและการเงิน

  • ควรพิจารณาว่าโครงการมีผลประโยชน์คุ้มกับค่าลงทุนหรือไม่
  • หากว่ามีค่าลงทุนที่เพิ่มขึ้นแต่ผลกระทบต่อประชาชนน้อยลงก็ควรพิจารณาดำเนินการเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

ด้านสิ่งแวดล้อม

  • ต้องการทราบเกี่ยวกับการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและการจ่ายค่าชดเชย
  • ควรพิจารณาผลกระทบต่อผู้ที่เคยถูกเวนคืนมาแล้วและผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง
  • ต้องการให้มีการใช้พื้นที่ใต้ทางด่วนเพื่อประโยชน์ต่อชุมชน โดยมีการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมอย่างดี เพื่อเป็นการชดเชยให้กับชุมชน

ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน

  • ควรให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน
  • ควรให้ความสำคัญต่อการนำความคิดเห็นของประชาชนมาประกอบการคัดเลือกแนวเส้นทาง

จากการสัมภาษณ์เชิงลึกภายหลังการสนทนากลุ่มย่อย มีผู้ตอบแบบสอบถาม 205 รายสามารถสรุปประเด็นความคิดเห็นได้ดังนี้

  1. ความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาจราจรในพื้นที่โครงการ
    ผู้ตอบส่วนใหญ่ มีความเห็นว่า ปัจจุบันการจราจรในพื้นที่โครงการติดขัดมากและต่อเนื่อง ทั้งบนทางด่วนและถนนอื่นๆ

  2. การรับทราบข่าวสารเกี่ยวกับการศึกษาโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง
    ผู้ตอบส่วนใหญ่ ได้รับทราบข่าวสารแล้ว จากทางเว็บไซต์และหนังสือพิมพ์ คนในชุมชน การจัดประชุมโดยที่ปรึกษา และสำนักงานเขต และมีบางส่วนระบุว่ามีการเผยแพร่ข่าวสารของโครงการน้อยมาก มีความล่าช้า และคลาดเคลื่อนความเป็นจริง

  3. ความคิดเห็นต่อการประเมินแนวเส้นทางเลือกแบบบูรณาการ
    ผู้ตอบส่วนใหญ่ เห็นด้วย เพราะประเมินครอบคลุมปัจจัยสำคัญแล้ว ให้ความสำคัญต่อความคิดเห็นของประชาชน ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม แต่มีบางส่วนที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากไม่มั่นใจบุคลากรที่ทำการประเมิน และไม่ต้องการให้มีโครงการจึงไม่เห็นด้วยกับการประเมินแนวเส้นทางเลือก

  4. ความคิดเห็นต่อการพัฒนาโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง
    ความคิดเห็นต่อการพัฒนาโครงการทางพิเศษเพิ่มเติม เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทาง ได้แก่
    • ควรพิจารณาโครงการอื่นๆร่วมด้วย
    • ให้พิจารณาความต้องการของประชาชนเป็นลำดับต้นๆ
    ความคิดเห็นต่อโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง ประชาชนจะเห็นด้วยถ้ามีการจ่ายค่าชดเชยที่เหมาะสมและไม่มีผลกระทบต่อประชาชนมากจนเกินไป รวมทั้งขอให้มีการสร้างสวนสาธารณะในพื้นที่ใกล้เคียงแนวเส้นทาง

  5. ความคิดเห็นต่อแนวเส้นทางเลือก
    ผู้ให้ข้อมูลมีความคิดเห็นต่อแนวเส้นทางเลือกที่ 3 และแนวเส้นทางเลือกที่ 4 แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยมีความคิดเห็นต่อแนวเส้นทางเลือกที่ 3 ในระดับไม่เหมาะสม และแนวเส้นทางเลือกที่ 4 ในระดับเหมาะสมมาก

  6. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินการชดเชย หรือลดผลกระทบให้กับประชาชนที่อยู่ในแนวโครงการ
    ผู้ตอบส่วนใหญ่ เสนอให้
    • พิจารณาค่าชดเชยที่เป็นธรรมที่ประชาชนยอมรับได้
    • ทำการประเมินผลกระทบทางด้านจิตใจ
    • พิจารณาอัตราค่าชดเชยจากราคาปัจจุบันที่มีการซื้อ-ขายกันในพื้นที่
    • จ่ายค่าชดเชยโดยเร็ว และไม่หักภาษีค่าชดเชย

    นอกจากนี้ในขั้นการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ ควรแจ้งให้ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพื่อประชาชนจะได้เตรียมการโยกย้ายล่วงหน้า อย่างไรก็ตามมีผู้ให้ข้อมูลจำนวนหนึ่ง ที่ระบุว่าไม่ต้องการย้ายไปอยู่ที่อื่น เพราะการชดเชยไม่คุ้มค่ากับความสูญเสีย/ผลกระทบที่ได้รับจากการดำเนินโครงการ

 


 

การสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 (25/9/48)

การสัมมนาครั้งที่ 3 จัดขึ้น ณ ห้องแม่น้ำแกรนด์บอลรูม โรงแรมแม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ ในวันที่ 25 กันยายน 2548 เวลา 08.30-12.00 น. เพื่อนำเสนอผลการศึกษาโครงการฯ ในด้านความเหมาะสมทางวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของแนวเส้นทางที่ได้รับการคัดเลือก คือ แนวเส้นทางที่มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ขนานกับสะพานพระราม 9 ซึ่งเป็นแนวเส้นทางที่มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยกว่า แนวเส้นทางเลือกอื่นๆ

แนวเส้นทางนี้มีลักษณะเป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร มีจุดเริ่มต้นการก่อสร้างที่ทางแยกต่างระดับบางโคล่ โดยออกแบบก่อสร้างให้เป็นทางแยกต่างระดับแบบครบทุกทิศทางบนพื้นที่เขตทางเดิมทั้งหมด เพื่อให้การจราจรระหว่างโครงการฯ กับทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษเฉลิมมหานครเชื่อมโยงกันได้โดยสมบูรณ์แบบ จากนั้นแนวเส้นทางจะซ้อนอยู่บนถนนรัชดาภิเษกด้านทิศใต้ และข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในลักษณะสะพานคู่ขนานกับสะพานพระราม 9 ทางด้านท้ายน้ำ แล้วจึงเบนเข้าซ้อนอยู่บนทางพิเศษเฉลิมมหานครในลักษณะทางด่วนยกระดับซ้อนกัน 2 ชั้น และจะเริ่มลดระดับลงเพื่อเชื่อมต่อกับทางแยกต่างระดับดาวคะนอง รวมระยะทางประมาณ 6.1 กิโลเมตร


นายประพัฒน์ มาลาเพชร ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานการสัมมนา

 

นายยืนหยัด ใจสมุทร
รองผู้ว่าการฝ่ายวิชาการ
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
กล่าวเปิดการสัมมนา

 

 
 
 
 

บรรยากาศการสัมมนาครั้งที่ 3

 

ผลจากการสัมมนา

ในช่วงรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะมี รศ . ดร. ยุบล เบญจรงค์กิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นผู้ดำเนินรายการ และวิทยากร 4 ท่าน ประกอบด้วย นาย ประพัฒน์ มาลาเพชร ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย นาย สมชัย ดวงประเสริฐสุข ผู้อำนวยการฝ่ายกรรมสิทธิ์ที่ดิน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย นาย ประสงค์ มงคลเนาวรัตน์ รองผู้จัดการโครงการ และ ดร . สิรินิมิตร วังสุนทร ผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมสัมมนาแสดงความคิดเห็น เสนอแนะ และซักถาม โดยสามารถสรุปข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะได้ ดังนี้

1) การเวนคืนและค่าชดเชย

  • มีข้อซักถามเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การกำหนดและการจ่ายค่าชดเชยของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแต่ละประเภท ประชาชนบางรายเสนอให้จัดหาที่อยู่แห่งใหม่ที่อยู่บริเวณใจกลางเมืองแทนการจ่ายค่าชดเชย ให้กำหนดค่าชดเชยตามราคาที่ซื้อขาย และเสนอให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการประเมินราคาค่าชดเชย
  • ขอให้ชี้แจงการจ่ายค่าชดเชยในกรณีต่างๆ คือ กรณีเป็นเจ้าของสถานประกอบการแต่มิได้เป็นเจ้าของที่ดิน กรณีมีรายได้จากการให้เช่าสิ่งปลูกสร้าง กรณียังคงชำระค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับธนาคาร กรณีผู้ถูกเวนคืนซ้ำ และกรณีเวนคืนพื้นที่บางส่วนและเหลือพื้นที่ส่วนน้อยซึ่งทำประโยชน์ไม่ได้
  • ขอให้ชี้แจงแนวเขตเวนคืนที่ชัดเจน และควรมีจดหมายแจ้งเจ้าของบ้านหรือเจ้าของที่ดินทุกรายให้รับทราบ โดยยึดหลักเปิดเผยข้อมูลโครงการต่อประชาชนอย่างทั่วถึง

2) ลักษณะโครงการ/ความเหมาะสมด้านวิศวกรรม

  • ขอให้ปรับแนวทางพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อชุมชนแพ่งสภา
  • ต้องการทราบรายละเอียดโครงการช่วงที่ซ้อนทับบนทางพิเศษเฉลิมมหานครเป็น 2 ชั้น เริ่มจากบริเวณใดถึงบริเวณใด มีความสูงเท่าใด รวมถึงอันตรายหรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
  • เสนอให้พิจารณาการจราจรหลังจากการเปิดใช้เส้นทางวงแหวนอุตสาหกรรม ( พระประแดง ) ซึ่งอาจลดปัญหาการจราจรได้
  • ขอให้ชี้แจงปริมาณการจราจรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตบนถนนพระรามที่ 2 ถนนสุขสวัสดิ์ และทางแยกต่างระดับบางโคล่
  • มีความเห็นว่าโครงการไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากเป็นการแก้ไขที่ไม่ตรงจุด และบางรายมีความเห็นว่า โครงการจะก่อให้เกิดปัญหาคอขวดบริเวณทางเข้าด่านเก็บค่าผ่านทาง เนื่องจากมีเพียง 2 ช่องจราจร

3) การอนุมัติโครงการ

  • ขอให้ชี้แจงความแน่นอนของโครงการว่าจะมีการก่อสร้างจริงหรือไม่ สร้างเมื่อไหร่ และมีระยะเวลาการก่อสร้างนานเท่าใด

4) การคัดเลือกแนวเส้นทาง

  • ขอให้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางเลือกที่ 1 2 และ 3 ที่ชัดเจน และโอกาสในการเสนอเส้นทางเลือกที่ 1 2 และ 3 เข้าคณะรัฐมนตรี อีกทั้งควรประชาสัมพันธ์สรุปผลการคัดเลือกเส้นทางเลือก ในหนังสือพิมพ์ด้วย
  • หากดำเนินการตามแนวเส้นทางเลือกที่ 4 แล้วไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จะมีแนวเส้นทางเลือกอื่นเพิ่มอีกหรือไม่

5) การประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน

  • ควรเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบข้อมูลที่แน่นอนและชัดเจน เพื่อบรรเทาความวิตกกังวลของประชาชน เนื่องจากโครงการมีผลกระทบต่อการวางแผนในอนาคตของครัวเรือน และผู้ประกอบการในพื้นที่
  • ขอให้ชี้แจงแนวทางในการแก้ปัญหากรณีการก่อสร้างโครงการ ทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหาย
  • ควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลล่วงหน้าก่อนมีการก่อสร้างโครงการ

6) มาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม

  • ควรมีการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละออง คาร์บอนมอนอกไซค์ ระดับเสียง และความสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น เมื่อเปิดให้บริการ
  • ปัจจุบันมีปัญหาสิ่งแวดล้อมและความไม่ปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินในบริเวณพื้นที่ใต้ทางพิเศษ ทำให้ประชาชนรู้สึกถึง การไม่ได้รับความเอาใจใส่และแก้ไขปัญหาจากเจ้าหน้าที่
  • ควรให้ประชาชนที่อาศัยใกล้/ติดเขตทางพิเศษมีทางเข้าออก และใช้ประโยชน์พื้นที่ใต้ทางพิเศษได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
  • ควรคำนึงถึงศาสนสถานและจิตใจประชาชนที่ถูกเวนคืนด้วย ถึงจะมีจำนวนน้อยก็ตาม

 

 

 

 

 

 

Content © by ETA. Web Design by Daoreuk Communications Co., Ltd. All rights reserved.