หน้าหลัก

ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการ (25/11/48)

ขณะนี้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาอยู่ระหว่างจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และเมื่อรายงานได้รับความเห็นชอบแล้ว การทางพิเศษฯ จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินโครงการต่อไป โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้

 

 


 

"ผลการศึกษาความเหมาะสมของแนวเส้นทางเลือกที่ 4" (25/9/48)

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้ทำการศึกษาความเหมาะสมในรายละเอียดของแนวเส้นทางเลือกที่ 4 พร้อมทั้งอออกแบบเบื้องต้น และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ ควบคู่กับการดำเนินกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งสรุปผลการศึกษาได้ดังนี้

 

คลิ๊กที่แผนที่เพื่อดูภาพขนาดใหญ

   
 
 

คลิ๊กที่แผนที่เพื่อดูภาพขนาดใหญ

ด้านวิศวกรรม

จุดเริ่มต้นก่อสร้าง

จุดเริ่มต้นก่อสร้างโครงการอยู่ที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่ ซึ่งได้ออกแบบเป็นทางแยกต่างระดับที่สามารถเชื่อมโยงการจราจรระหว่างโครงการกับทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษเฉลิมมหานคร ได้ครบทุกทิศทางบนพื้นที่เขตทางเดิมทั้งหมด โดยมีการพิจารณาถึงข้อจำกัดในด้านต่างๆ อาทิ พื้นที่เขตทางเดิม ความซับซ้อนของทางแยกต่างระดับบางโคล่เดิม ระบบสาธารณูปโภค สถานที่สำคัญที่ต้องหลีกเลี่ยง ได้แก่ มัสยิดลิวาอุ้ลอิสลาม มัสยิดอมันนฤมิต และโรงเรียนพระแม่มารีสาธุประดิษฐ์ รวมทั้งโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกของกรุงเทพมหานครในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกถนนพระรามที่ 3 – ถนนรัชดาภิเษก และโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกถนนรัชดาภิเษก – ถนนสาธุประดิษฐ์

จุดปลายทาง

เป็นทางต่อเชื่อมกับทางพิเศษสายประธานที่เป็นทางยกระดับคร่อมอยู่บนทางพิเศษเฉลิมมหานครบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางดาวคะนอง โดยแยกโครงสร้างของทางเข้าเมืองและออกเมืองออกจากกันเพื่อเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร และใช้ทางแยกต่างระดับดาวคะนองสำหรับการจราจรขาออกนอกเมืองของโครงการเพื่อเชื่อมกับถนนพระรามที่ 2 ( โดยไม่มีความจำเป็นต้องปรับปรุงถนนพระรามที่ 2 และทางแยกต่างระดับดาวคะนอง )

 

 

 

ทางขึ้น - ลงระหว่างทางพิเศษกับถนนสุขสวัสดิ์

ทางขึ้นจากถนนสุขสวัสดิ์ ( เรียกว่า ด่านสุขสวัสดิ์ 2) จะรับรถบนถนนสุขสวัสดิ์ที่มาจากสามแยกบางปะแก้ว รวมทั้งรถจากถนนราษฎร์บูรณะที่ใช้เส้นทางลัดผ่านถนนเลียบทางพิเศษเฉลิมมหานครที่เชื่อมโยงถนนราษฎร์บูรณะ - ถนนสุขสวัสดิ์ ขึ้นสู่ทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนองเพื่อข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังฝั่งพระนครด้วยสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 โดยด่านสุขสวัสดิ์ 2 จะตั้งอยู่ริมถนนสุขสวัสดิ์บนพื้นที่สวนเอกชน มีลักษณะเป็นทางเวียนจากถนนสุขสวัสดิ์ระดับพื้นดินขึ้นสู่สะพานยกระดับที่มีแนวเส้นทางไปตามแนวศูนย์กลางถนนสุขสวัสดิ์ ไต่ระดับขึ้นพาดผ่านทางพิเศษเฉลิมมหานคร พร้อมทั้งลอดใต้ทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง แล้วเข้าเชื่อมต่อกับทางสายประธานก่อนถึงจุดตัดถนนราษฎร์บูรณะ

ทางลงสู่ถนนสุขสวัสดิ์ เป็นทางลงสำหรับการจราจรในทิศทางจากฝั่งพระนครมุ่งหน้าฝั่งธนบุรี โดยเป็นทางลาดแยกออกจากทางประธานเมื่อผ่านข้ามถนนราษฎร์บูรณะ จากนั้นแนวทางลงจะลดระดับจากทางสายประธานลงจนถึงจุดข้ามถนนสุขสวัสดิ์ แล้วจึงเบนเข้าไปหาด่านสุขสวัสดิ์ในปัจจุบัน แล้วเวียนเป็นแนวโค้งอ้อมรอบด่านสุขสวัสดิ์พร้อมทั้งลดระดับลงบรรจบกับถนนสุขสวัสดิ์บริเวณใกล้ทางแยกถนนสุขสวัสดิ์ - ถนนประชาอุทิศ

 

การออกแบบโครงสร้าง ลักษณะของโครงสร้างจะออกแบบให้เป็นระบบเดียวกันให้มากที่สุด เพื่อประหยัดและง่ายในการก่อสร้าง รวมถึงมีความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม แต่ก็ยังคำนึงข้อจำกัดของสภาพพื้นที่แต่ละแห่ง ได้แก่

  • สภาพภูมิประเทศในแต่ละพื้นที่ที่ทำการก่อสร้าง
  • ช่วงความยาวที่ข้ามบริเวณที่ไม่สามารถก่อสร้างถนนบนดินได้
  • ข้อจำกัดของเขตทาง
  • การก่อสร้างบนถนนที่มีการจราจรแออัด

หลักเกณฑ์ในการกำหนดรูปแบบ

ตัวแปรที่ต้องคำนึงในการพิจารณาเลือกใช้รูปแบบโครงสร้างที่เหมาะสม

  • ความสามารถในการใช้งานและปลอดภัย
  • ความประหยัด
  • ความง่ายในการก่อสร้าง
  • การบำรุงรักษาน้อยกว่า
  • ความสวยงาม

การออกแบบสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา

ตำแหน่งของสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ของโครงการ มีลักษณะเป็นสะพานคู่ขนานตั้งอยู่ทางด้านท้ายน้ำของสะพานพระราม 9 พื้นที่ก่อสร้างสะพานแห่งนี้เป็นพื้นที่เขตทางพิเศษเฉลิมมหานครที่ได้จัดกรรมสิทธิ์ที่ดินไว้แล้วตั้งแต่เมื่อครั้งทำการก่อสร้างสะพานพระราม 9 เนื่องจากสะพานแห่งใหม่มีลักษณะเป็นสะพานคู่ขนานกับสะพานพระราม 9 จึงมีการออกแบบระยะความยาวช่วงสะพานตลอดจนถึงรูปลักษณ์ของสะพานให้มีความสอดคล้องกับสะพานพระราม 9 ในปัจจุบัน ดังนั้น ความยาวช่วงสะพานของสะพานแห่งใหม่ จึงมีลักษณะเป็นสะพานขึงที่มีความยาวช่วงสะพาน เท่ากับ 450 เมตร เพื่อให้ตำแหน่งเสาสูง และเสาตอม่อมีการจัดเรียงตำแหน่งเหมือนกับสะพานพระราม 9 ปัจจุบัน

สะพานแห่งใหม่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา จะเป็นโครงสร้างสำคัญที่รองรับปริมาณจราจรระหว่างโครงข่ายระบบทางด่วนบนฝั่งพระนครกับถนนสายหลักย่านฝั่งธนบุรี โดยจะมีการจราจรเข้ามาใช้เส้นทางอย่างหนาแน่น ทั้งในเวลาและนอกเวลาชั่วโมงเร่งด่วนเช้า - เย็น ปัญหาสำคัญประการหนึ่งที่มีผลต่อความจุช่องจราจรสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา คือ การที่มีรถบรรทุกเข้ามาใช้เส้นทางเป็นจำนวนมากนอกชั่วโมงเร่งด่วน โดยรถบรรทุกมีการเคลื่อนตัวผ่านสะพานสูงชันได้อย่างเชื่องช้าเพราะสะพานลาดชันและรถได้บรรทุกสินค้าที่มีน้ำหนักบรรทุกมากมาด้วย จึงมีความจำเป็นในการจัดให้มีช่องจราจรพิเศษสำหรับรถบรรทุกหนักขึ้นสะพาน ตั้งแต่บริเวณเชิงลาดมาจนถึงส่วนของสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้การระบายการจราจรผ่านสะพานแห่งใหม่ข้ามแม่น้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดสภาพคอขวดบนสะพาน ดังนั้น รูปตัดสะพานจึงมีขนาด 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง รวม 8 ช่องจราจร โดยเป็นช่องจราจรพิเศษสำหรับรถบรรทุก 1 ช่องจราจรต่อทิศทาง อยู่ด้านซ้ายสุดของสะพานในแต่ละทิศทาง และไหล่ทาง 1 ด้าน รวมความกว้างในแต่ละทิศทางเท่ากับ 13.0 เมตร

สะพานพระราม 9 เป็นสะพานสำคัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์ การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ในลักษณะสะพานคู่ขนานจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการออกแบบรูปลักษณ์ของสะพานคู่ขนานไม่ให้ขัดแย้งกับสะพานพระราม 9 ทั้งในด้านตำแหน่ง ความสูง และรูปร่างของเสาสูงสะพาน (Pylon) ความหนาของโครงสร้างสะพาน การเรียงแนวสายเคเบิ้ลรั้งโครงสร้างสะพาน และตำแหน่งของตอม่อสะพานขึงที่อยู่บนฝั่ง

 

ด้านจราจร

ในการศึกษาสภาพการจราจรและขนส่ง ได้กำหนดพื้นที่ศึกษาครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และได้กำหนดพื้นที่อิทธิพลของโครงการครอบคลุมพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ เขตจอมทองของฝั่งธนบุรี และพื้นที่เขตยานนาวา เขตบางคอแหลม และเขตสาทรของฝั่งพระนคร

การคาดการณ์ปริมาณจราจรในอนาคตของพื้นที่ศึกษา พิจารณาทั้งในกรณีไม่มีโครงการทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง แต่มีโครงการของหน่วยงานอื่นตามแผนพัฒนาฯ และกรณีมีโครงการทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง และโครงการของหน่วยงานอื่นตามแผนพัฒนาฯ สรุปได้ดังนี้

กรณีไม่มีโครงการ สภาพปัญหาจราจรบนสะพานพระราม 9 ไม่ว่าจะทิศเข้าเมืองในตอนเช้าและทิศออกเมืองในตอนเย็น ไม่อาจบรรเทาปัญหาจนเป็นที่น่าพอใจด้วยสะพานข้ามแม่น้ำแห่งอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากสะพานเหล่านั้นยังไม่สอดคล้องกับการเดินทางเข้า - ออกเมืองระหว่างพื้นที่ชั้นในย่านธุรกิจกับพื้นที่แถบถนนพระรามที่ 2 ความต้องการใช้ทางพิเศษข้ามแม่น้ำไปยังจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ยังคงมีสูงมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มความสามารถของทางพิเศษให้ตอบสนองการเดินทางได้

กรณีมีโครงการ โครงการจะส่งผลให้สภาพการจราจรโดยรวมของกรุงเทพมหานครดีขึ้น และช่วยบรรเทาปริมาณจราจรบนสะพานพระราม 9 ให้ลดลงจากกรณีไม่มีโครงการ

ดังนั้น โครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง จะช่วยบรรเทาปริมาณจราจรบนสะพานพระราม 9 และพื้นที่ต่อเนื่องให้ลดลง เนื่องจากความสามารถในการรองรับความต้องการในการเดินทางมีอย่างเพียงพอ

 

ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง นอกจากจะคำนึงถึงความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางแล้ว ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วย ดังนั้น ทางโครงการจึงได้ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและผลกระทบ รวมทั้งมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม

การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมดำเนินการตามแนวทางการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยศึกษาครอบคลุมทั้งทางด้านกายภาพ ชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์และคุณภาพชีวิต ทั้งในระยะก่อสร้างและภายหลังการเปิดดำเนินการ

ในระยะก่อสร้าง ผลกระทบส่วนใหญ่เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นชั่วคราวในระหว่างการก่อสร้าง โดยผลกระทบจากการเวนคืนและการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างนั้นจะมีการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งมีการชดเชยราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

มาตรการลดผลกระทบ

การเวนคืนและการโยกย้ายที่อยู่อาศัย

  • ดำเนินการจ่ายเงินทดแทนตาม พ . ร . บ . ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ . ศ .2530
  • ใช้พื้นที่เขตทางเดิมให้มากที่สุด

เสียงดังที่เกิดจากการก่อสร้าง

 

  • ปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมการจัดระบบจราจรทางบก และดำเนินการให้สอดคล้องกับระเบียบปฏิบัติตามประกาศของ กทม . เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ในการก่อสร้างอาคารและสาธารณูปโภค พ . ศ .2539

ฝุ่นละอองจากการขนส่งและการก่อสร้าง

 

  • ปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบอย่างเคร่งครัด เช่น ฉีดพรมน้ำ ล้างล้อยานพาหนะ และปิดคลุมวัสดุก่อสร้างที่ฟุ้งกระจายได้ในขณะขนส่ง

ผลกระทบต่อศาสนสถานและโบราณสถาน

 

  • ใช้เข็มเจาะแทนเข็มตอก และควบคุมการก่อสร้างไม่ให้รบกวนการประกอบศาสนกิจและการอยู่อาศัย
  • ออกแบบโครงสร้างบริเวณใกล้วัดสารอดเป็นเสารูปตัว Y เพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างฐานรากโครงการกับวัด

ความเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพของคนงานก่อสร้างและประชาชนในบริเวณใกล้เคียง

 

  • ปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบตามแผนปฏิบัติการลดผลกระทบด้านเสียง คุณภาพอากาศ การจัดการด้านการจราจร และแผนงานด้านความปลอดภัยในการก่อสร้าง
  • จักสภาวะการทำงานที่เหมาะสมในพื้นที่ก่อสร้าง มีสุขาภิบาลสิ่วแวดล้อมที่ดีในที่พักคนงาน และจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลแก่คนงาน

 

ส่วนภายหลังการเปิดดำเนินการนั้น ผลกระทบโดยรวมอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจยิ่งขึ้น จึงได้กำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อโครงการเปิดดำเนินการ ดังนี้

ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

มาตรการลดผลกระทบ

เสียงดังจากยานพาหนะที่เข้ามาใช้เส้นทาง

  • ติดตั้งกำแพงกั้นเสียง ออกแบบสะพานเพื่อลดเสียงจากยานพาหนะที่แล่นผ่านรอยต่อสะพาน พร้อมทั้งจำกัดความเร็วของยานะพาหนะและปลูกต้นไม้เพื่อช่วยลดระดับเสียง

ผลกระทบต่อศาสนสถานในบริเวณใกล้เคียง

 

  • กำหนดให้ปลูกต้นไม้ตามแนวรั้วศาสนสถานที่อาจได้รับผลกระทบจากโครงการ เช่น บริเวณวัดสา รอด

ความเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง

 

  • ซ่อมบำรุงและดูแลสภาพถนนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งจัดให้มีแผนงานด้านความปลอดภัย และแผนฉุกเฉินสำหรับการดำเนินงานที่เหมาะสม

 

ด้านเศรษฐศาสตร์ การเงิน

นอกจากการพิจารณาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังได้พิจารณาถึงความเหมาะสมในการลงทุนของโครงการทั้งในด้านเศรษฐกิจ และด้านการเงิน โดยโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง มีค่าลงทุนประมาณ 10,701 ล้านบาท โดยเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 415 ล้านบาท ค่าออกแบบ ก่อสร้าง และควบคุมงาน 10,286 ล้านบาท

การวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจ

มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผลการวิเคราะห์ดัชนีตัวชี้วัดต่างๆ ทางเศรษฐศาสตร์ สรุปได้ดังนี้

  • มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 5 ,581 ล้านบาท
  • อัตราผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจ (Economic Internal Rate of Return : EIRR) เท่ากับ 17.75 %
  • อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (Benefit/Cost Ratio : B/C Ratio) เท่ากับ 1.81
  • ระยะเวลาคืนทุน ( Payback Period ) เท่ากับ 17 ปี

การวิเคราะห์ด้านการเงิน

มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบว่าโครงการมีความคุ้มค่าทางด้านการเงินมากพอที่จะลงทุนหรือไม่ ซึ่งสรุปได้ว่า ทางเลือกการลงทุนที่เหมาะสมที่สุด คือ การทางพิเศษฯ เป็นผู้ดำเนินโครงการ โดยรัฐบาลให้เงินอุดหนุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดและค่าก่อสร้างร้อยละ 80 เป็นเงิน 8,163 ล้านบาท โดยมีผลการวิเคราะห์ด้านการเงินดังนี้

  • อัตราผลตอบแทนทางการเงิน (Financial Internal Rate of Return : FIRR) เท่ากับ13 .39%
  • มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 561 ล้านบาท
  • อัตราส่วนรายได้ต่อต้นทุน (Revenue/Cost Ratio : R/C Ratio) เท่ากับ 1.05
  • ระยะเวลาคืนทุน (Pay Back Period) เท่ากับ 19 ปี

 

แผนการดำเนินโครงการภายหลังการศึกษาความเหมาะสมฯแล้วเสร็จ

  1. คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินโครงการ
  2. การออกแบบรายละเอียด
  3. การออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนและการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน
  4. การก่อสร้างจะใช้เวลาประมาณ 30 เดือน โดยต้องดำเนินการด้านมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการก่อสร้างโครงการ
  5. การเปิดให้บริการ

 


 


เกี่ยวกับโครงการ
การมีส่วนร่วมและการประชาสัมพันธ์
ความคืบหน้าโครงการ
ข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
ร้องเรียน-เสนอแนะ
คำถามที่มักถามบ่อย
กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา
 
 

โครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนองได้แนวเส้นทางที่เหมาะสมแล้ว (30/5/48)

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาเปรียบเทียบแนวเส้นทางเลือกที่มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนานกับสะพานพระราม 9 กับแนวเส้นทางเลือกต่างๆ ของโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช – ดาวคะนอง เพื่อคัดเลือกแนวเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดในการช่วยบรรเทาปัญหาจราจร และเพิ่มเส้นทางเชื่อมโยงฝั่งกรุงเทพฯ และธนบุรี

จากการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางด่วนสายทางพิเศษ ศรีรัช-ดาวคะนอง ที่ผ่านมาทั้ง 2 ครั้ง ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้เสนอให้ กทพ. พิจารณาศึกษาเปรียบเทียบการมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนานกับสะพานพระราม 9 กับแนวเส้นทางเลือกของโครงการ เพื่อให้มีการเวนคืนที่ดินและส่งผลกระทบต่อประชาชนในเขตพื้นที่น้อยที่สุด

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ตระหนักดีถึงความสำคัญและความต้องการของประชาชน
จึงได้มอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาเปรียบเทียบแนวเส้นทางเลือกที่มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนานกับสะพานพระราม 9 กับแนวเส้นทางเลือก 3 เส้นทางที่ได้ดำเนินการศึกษามาแล้ว โดยเริ่มดำเนินการศึกษาเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 โดยในการศึกษาเพิ่มเติมครั้งนี้ กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้กำหนดให้แนวเส้นทางเลือกที่มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนานกับสะพานพระราม 9 เป็น “แนวเส้นทางเลือกที่ 4” ของโครงการ

คลิกที่แผนที่เพื่อดูภาพขยายขนาดใหญ่

 

แนวเส้นทางเลือกที่ 4 : บูรณาการความคิดเพื่อประโยชน์ร่วมกัน

จุดเริ่มต้นโครงการ

แนวเส้นทางเลือกที่ 4 มีจุดเริ่มต้นโครงการที่บริเวณจุดตัดระหว่างถนนจันทน์กับทางพิเศษ
ศรีรัชเช่นเดียวกับแนวเส้นทางเลือกที่ 3 โดยช่วงจากจุดต้นทางมายังทางแยกต่างระดับบางโคล่จะใช้แนวเส้นทางของทางพิเศษศรีรัชปัจจุบัน โดยไม่มีการก่อสร้างเพิ่มเติม ไม่มีการเวนคืนที่ดินเพิ่มเติมบริเวณจุดต้นทางและระหว่างทาง และจะเริ่มก่อสร้างที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่ โดยจะมีการปรับปรุงทางแยกต่างระดับแห่งนี้ให้มีการต่อเชื่อมอย่างครบทุกทิศทางสำหรับแนวสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9

คลิกที่แผนที่เพื่อดูภาพขยายขนาดใหญ่

ทางพิเศษสายประธาน

ทางสายประธานของแนวเส้นทางเลือกที่ 4 มีความยาวเมื่อวัดจากจุดเริ่มต้น-จุดปลายทางเดียวกันกับแนวเส้นทางเลือกอื่นๆ ประมาณ 9.09 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นก่อสร้างที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่ ซึ่งเป็นจุดที่แนวเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช จากนั้นจะซ้อนทับกับถนนรัชดาภิเษกทางด้านทิศใต้เป็นระยะทางประมาณ 600 เมตร จนถึงถนนพระรามที่ 3
เมื่อข้ามถนนพระรามที่ 3 แล้ว แนวจะผ่านพื้นที่เขตทางริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศใต้ของสะพานพระราม 9 ซึ่งเป็นพื้นที่เขตทางพิเศษในปัจจุบัน แล้วข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในลักษณะสะพานคู่ขนานกับสะพานพระราม 9 และมีความยาวของสะพานช่วงข้ามแม่น้ำประมาณ 450 เมตร
หลังข้ามแม่น้ำแล้วแนวจะวางตัวขนานกับแนวทางพิเศษเฉลิมมหานครข้ามถนนราษฎร์บูรณะ จนมาถึงจุดตัดระหว่างทางพิเศษเฉลิมมหานครกับถนนสุขสวัสดิ์ จากนั้นแนวจะเริ่มเบนเข้าซ้อนทับแนวเขตทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดยเป็นทางยกระดับซ้อนอยู่บนทางพิเศษเฉลิมมหานครปัจจุบันในลักษณะสะพานซ้อนสะพาน (ทางด่วน 2 ชั้น) เมื่อถึงบริเวณจุดตัดระหว่างทางพิเศษเฉลิมมหานครกับซอยสุขสวัสดิ์ 26 แนวจะเริ่มลดระดับลงเพื่อเชื่อมต่อเข้ากับทางแยกต่างระดับดาวคะนอง และด่านดาวคะนองที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทางพิเศษสายประธานดังกล่าวจะสิ้นสุดบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางดาวคะนอง

ทางพิเศษสายประธาน

ทางสายประธานของแนวเส้นทางเลือกที่ 4 มีความยาวเมื่อวัดจากจุดเริ่มต้น-จุดปลายทางเดียวกันกับแนวเส้นทางเลือกอื่นๆ ประมาณ 9.09 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นก่อสร้างที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่ ซึ่งเป็นจุดที่แนวเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช จากนั้นจะซ้อนทับกับถนนรัชดาภิเษกทางด้านทิศใต้เป็นระยะทางประมาณ 600 เมตร จนถึงถนนพระรามที่ 3

เมื่อข้ามถนนพระรามที่ 3 แล้ว แนวจะผ่านพื้นที่เขตทางริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศใต้ของสะพานพระราม 9 ซึ่งเป็นพื้นที่เขตทางพิเศษในปัจจุบัน แล้วข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในลักษณะสะพานคู่ขนานกับสะพานพระราม 9 และมีความยาวของสะพานช่วงข้ามแม่น้ำประมาณ 450 เมตร

หลังข้ามแม่น้ำแล้วแนวจะวางตัวขนานกับแนวทางพิเศษเฉลิมมหานครข้ามถนนราษฎร์บูรณะ จนมาถึงจุดตัดระหว่างทางพิเศษเฉลิมมหานครกับถนนสุขสวัสดิ์ จากนั้นแนวจะเริ่มเบนเข้าซ้อนทับแนวเขตทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดยเป็นทางยกระดับซ้อนอยู่บนทางพิเศษเฉลิมมหานครปัจจุบันในลักษณะสะพานซ้อนสะพาน (ทางด่วน 2 ชั้น) เมื่อถึงบริเวณจุดตัดระหว่างทางพิเศษเฉลิมมหานครกับซอยสุขสวัสดิ์ 26 แนวจะเริ่มลดระดับลงเพื่อเชื่อมต่อเข้ากับทางแยกต่างระดับดาวคะนอง และด่านดาวคะนองที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทางพิเศษสายประธานดังกล่าวจะสิ้นสุดบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางดาวคะนอง

ทางขึ้น – ลงระหว่างโครงการกับถนนพระรามที่ 2 ที่จุดปลายทาง

ทางขึ้น-ลงระหว่างโครงการกับถนนพระรามที่ 2 ที่จุดปลายทางของแนวเส้นทางเลือกที่ 4 เป็นทางเชื่อมต่อทางพิเศษสายประธานที่เป็นทางยกระดับซ้อนอยู่บนทางพิเศษเฉลิมมหานครบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางดาวคะนอง โดยแยกโครงสร้างของทางเข้าเมืองและออกเมืองออกจากกันเพื่อเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร และใช้ทางแยกต่างระดับดาวคะนองสำหรับการจราจรขาออกเมืองของโครงการเพื่อเชื่อมกับถนนพระรามที่ 2 โดยไม่มีความจำเป็นต้องปรับปรุงถนนพระรามที่ 2 และทางแยกต่างระดับดาวคะนอง

ทางขึ้น – ลง ทางพิเศษบริเวณถนนสุขสวัสดิ์

ทางขึ้นจากถนนสุขสวัสดิ์สำหรับแนวเส้นทางเลือกที่ 4 (เรียกว่าด่านสุขสวัสดิ์ 2) จะรับรถจากถนนสุขสวัสดิ์ที่มาจากสามแยกบางปะแก้ว รวมทั้งรถจากถนนราษฎร์บูรณะที่ใช้เส้นทางลัดผ่านถนนเลียบทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดยด่านสุขสวัสดิ์ 2 จะตั้งอยู่ริมถนนสุขสวัสดิ์บนพื้นที่สวนเอกชน มีลักษณะเป็นทางเวียนจากถนนสุขสวัสดิ์ระดับพื้นดินขึ้นสู่สะพานยกระดับที่มีแนวเส้นทางไปตามแนวศูนย์กลางถนนสุขสวัสดิ์ ไต่ระดับขึ้นพาดผ่านทางพิเศษเฉลิมมหานคร พร้อมทั้งลอดใต้ทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง แล้วเข้าเชื่อมต่อกับทางสายประธานก่อนถึงจุดตัดถนนราษฎร์บูรณะ
สำหรับทางลงสู่ถนนสุขสวัสดิ์ เป็นทางลงสำหรับการจราจรในทิศทางจากฝั่งพระนครมุ่งหน้าฝั่งธนบุรี โดยเป็นทางลาดแยกออกจากทางประธานเมื่อผ่านข้ามถนนราษฎร์บูรณะ จากนั้นแนวทางลงจะลดระดับจากทางสายประธานลงจนถึงจุดข้ามถนนสุขสวัสดิ์ แล้วจึงเบนเข้าไปหาด่านสุขสวัสดิ์ในปัจจุบัน แล้วเวียนเป็นแนวโค้งอ้อมรอบด่านสุขสวัสดิ์พร้อมทั้งลดระดับลงบรรจบกับถนนสุขสวัสดิ์บริเวณใกล้ทางแยกถนนสุขสวัสดิ์-ถนนประชาอุทิศ

คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขยายขนาดใหญ่

สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา

ทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช – ดาวคะนอง เป็นทางพิเศษที่เชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมระหว่างฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร จึงต้องมีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีความยาวของสะพานช่วงกลางที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาของแนวเส้นทางเลือกที่ 4 ประมาณ 450 เมตร โดยจะดำเนินการออกแบบให้มีภูมิทัศน์และทัศนียภาพของพื้นที่โดยรอบและความสวยงามของสะพานให้สอดคล้องกับสะพานพระราม 9


การคัดเลือกแนวเส้นทางที่เหมาะสม

ในการศึกษาเพื่อคัดเลือกแนวเส้นทางที่เหมาะสม กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างแนวเส้นทางเลือกที่ 1,2 และ3 ซึ่งดำเนินการศึกษามาแล้ว กับแนวเส้นทางเลือกที่ 4 ทั้งในด้านวิศวกรรมและจราจร ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ผลการศึกษาแนวเส้นทางเลือกพบว่า แนวเส้นทางเลือกที่ 4 เป็นแนวเส้นทางที่มีความเหมาะสมมากกว่าแนวเส้นทางเลือกอื่น โดยมีข้อเด่นด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบน้อยกว่าแนวเส้นทางเลือกอื่นๆอย่างมาก โดยมีรายละเอียดในด้านต่างๆ ดังนี้

  1. ด้านวิศวกรรมและจราจร
    การเปรียบเทียบด้านวิศวกรรมและการจราจรมีคะแนนรวม 30 คะแนน จากการศึกษารายละเอียดของความยาวของแนวเส้นทาง ระยะเวลาการก่อสร้าง ผลกระทบด้านการจราจรในระหว่างการก่อสร้าง ปริมาณการเดินทางที่คาดว่าจะมาใช้เส้นทาง และประสิทธิภาพโครงข่ายทางพิเศษและถนน พบว่า แนวเส้นทางเลือกที่ 3 มีคะแนนสูงสุดและรองลงมาคือแนวเส้นทางเลือกที่ 4, 2 และ 1 ตามลำดับ

  2. ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน
    การเปรียบเทียบด้านเศรษฐกิจและการลงทุนมีคะแนนรวม 30 คะแนน จากการศึกษารายละเอียดด้านค่าใช้จ่ายในการใช้รถ มูลค่าเวลาในการเดินทาง ค่าก่อสร้าง และค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน พบว่า แนวเส้นทางเลือกที่ 4 มีคะแนนสูงสุด และรองลงมาเป็นแนวทางเส้นทางเลือกที่ 3, 2 และ 1 ตามลำดับ

  3. ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม
    การเปรียบเทียบด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมมีคะแนนรวม 40 คะแนน จากการศึกษารายละเอียดผลกระทบทางด้านสังคม อากาศ-เสียง แหล่งน้ำ ทัศนคติของสมาชิกชุมชน ทัศนียภาพ ระบบคมนาคมและระบบสาธารณูปโภค พบว่าแนวเส้นทางเลือกที่ 4 มีคะแนนสูงสุด และรองลงมาเป็นแนวเส้นทางเลือกที่ 1,3 และ 2 ตามลำดับ

ปัจจัยหลักในการเปรียบเทียบ

ลำดับคะแนนการเปรียบเทียบ

แนวที่ 1

แนวที่ 2

แนวที่ 3

แนวที่ 4

ด้านวิศวกรรมและการจราจร

4

3

1

2

ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน

4

3

2

1

ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม

2

4

3

1

สรุปลำดับของคะแนน

3

4

2

1

หมายเหตุ : ลำดับของคะแนนเรียงจาก 1 ( คะแนนสูงที่สุด ) ถึง 4 ( คะแนนน้อยที่สุด )

ดังนั้น แนวเส้นทางเลือกที่ 4 จะเป็นแนวเส้นทางที่จะนำมาใช้ในการศึกษาความเหมาะสมของโครงการในขั้นต่อไป

การศึกษาความเหมาะสมของแนวเส้นทางที่ได้รับคัดเลือก

แผนงานของกิจกรรมหลักในการศึกษาความเหมาะสมของแนวเส้นทางที่ได้รับคัดเลือก ประกอบด้วย

ก) กิจกรรมหลัก

การจัดทำแผนที่และออกแบบเบื้องต้น

ภายในเดือนมิถุนายน 2548

การศึกษาความเหมาะสมของโครงการด้านวิศวกรรม

 

การศึกษาความเหมาะสมของโครงการทางด้านเศรษฐกิจและ การเงิน

ภายในเดือนสิงหาคม 2548

การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมขั้นรายละเอียด (EIA)

 

การจัดทำแผนที่แสดงแนวเขตทางพิเศษ

ภายในเดือนกันยายน 2548

การจัดทำแบบแปลนแสดงที่ดินที่ถูกเขตทาง

 

ข) การสำรวจภาคสนาม

เดือนพฤษภาคม 2548:

งานสำรวจสภาพภูมิประเทศ รูปตัดตามแนวยาว รูปตัดตามแนวขวาง และตำแหน่งหมุดเขตทางพิเศษปัจจุบัน

เดือนมิถุนายน 2548:

  • งานสำรวจเพื่อจัดทำหมุดควบคุมทางราบตามแนวเส้นทางโครงการ
  • การสัมภาษณ์ผู้นำชุมชนและหัวหน้าครัวเรือน
  • การเก็บตัวอย่างและตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  • การสำรวจสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน

การดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประชาสัมพันธ์

กิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประชาสัมพันธ์ในขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสมฯ ประกอบด้วย

  • การปรับปรุงข้อมูลใน Web Page และจัดทำข่าวประชาสัมพันธ์
  • การประชุมชี้แจงระดับเขต ครั้งที่ 2

ดำเนินงานระหว่างวันที่ 24-26 พฤษภาคม 2548 ดังต่อไปนี้

 

กำหนดการประชุมชี้แจงระดับเขต ครั้งที่ 2

วัน/เดือน/ปี

เวลา

กลุ่มเป้าหมาย

วันที่ 24 พฤษภาคม 2548

13.30 น.

ผู้อำนวยการบางคอแหลมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 25 พฤษภาคม 2548

9.30 น.
13.30 น.

ผู้อำนวยการจอมทอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ผู้อำนวยการยานนาวา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 26 พฤษภาคม 2548

10.00 น.
14.00 น.

ผู้อำนวยการราษฎร์บูรณะ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ผู้อำนวยการสาทร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

 

ค) การสัมมนา ครั้งที่ 3

เพื่อเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมฯ และการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม จะจัดขึ้นในเดือนกันยายน 2548

 

 

 

 

 

 

Content © by ETA. Web Design by Daoreuk Communications Co., Ltd. All rights reserved.