
ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการ (25/11/48)
ขณะนี้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาอยู่ระหว่างจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และเมื่อรายงานได้รับความเห็นชอบแล้ว การทางพิเศษฯ จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินโครงการต่อไป โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้
"ผลการศึกษาความเหมาะสมของแนวเส้นทางเลือกที่ 4" (25/9/48)
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้ทำการศึกษาความเหมาะสมในรายละเอียดของแนวเส้นทางเลือกที่ 4 พร้อมทั้งอออกแบบเบื้องต้น และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ ควบคู่กับการดำเนินกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งสรุปผลการศึกษาได้ดังนี้
 |
 |
| |
คลิ๊กที่แผนที่เพื่อดูภาพขนาดใหญ่ |
| |
|
| |
 |
| |
คลิ๊กที่แผนที่เพื่อดูภาพขนาดใหญ่ |
ด้านวิศวกรรม
จุดเริ่มต้นก่อสร้าง
จุดเริ่มต้นก่อสร้างโครงการอยู่ที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่ ซึ่งได้ออกแบบเป็นทางแยกต่างระดับที่สามารถเชื่อมโยงการจราจรระหว่างโครงการกับทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษเฉลิมมหานคร ได้ครบทุกทิศทางบนพื้นที่เขตทางเดิมทั้งหมด โดยมีการพิจารณาถึงข้อจำกัดในด้านต่างๆ อาทิ พื้นที่เขตทางเดิม ความซับซ้อนของทางแยกต่างระดับบางโคล่เดิม ระบบสาธารณูปโภค สถานที่สำคัญที่ต้องหลีกเลี่ยง ได้แก่ มัสยิดลิวาอุ้ลอิสลาม มัสยิดอมันนฤมิต และโรงเรียนพระแม่มารีสาธุประดิษฐ์ รวมทั้งโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกของกรุงเทพมหานครในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกถนนพระรามที่ 3 ถนนรัชดาภิเษก และโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกถนนรัชดาภิเษก ถนนสาธุประดิษฐ์
จุดปลายทาง
เป็นทางต่อเชื่อมกับทางพิเศษสายประธานที่เป็นทางยกระดับคร่อมอยู่บนทางพิเศษเฉลิมมหานครบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางดาวคะนอง โดยแยกโครงสร้างของทางเข้าเมืองและออกเมืองออกจากกันเพื่อเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร และใช้ทางแยกต่างระดับดาวคะนองสำหรับการจราจรขาออกนอกเมืองของโครงการเพื่อเชื่อมกับถนนพระรามที่ 2 ( โดยไม่มีความจำเป็นต้องปรับปรุงถนนพระรามที่ 2 และทางแยกต่างระดับดาวคะนอง )
ทางขึ้น - ลงระหว่างทางพิเศษกับถนนสุขสวัสดิ์
ทางขึ้นจากถนนสุขสวัสดิ์ ( เรียกว่า ด่านสุขสวัสดิ์ 2) จะรับรถบนถนนสุขสวัสดิ์ที่มาจากสามแยกบางปะแก้ว รวมทั้งรถจากถนนราษฎร์บูรณะที่ใช้เส้นทางลัดผ่านถนนเลียบทางพิเศษเฉลิมมหานครที่เชื่อมโยงถนนราษฎร์บูรณะ - ถนนสุขสวัสดิ์ ขึ้นสู่ทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนองเพื่อข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังฝั่งพระนครด้วยสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 โดยด่านสุขสวัสดิ์ 2 จะตั้งอยู่ริมถนนสุขสวัสดิ์บนพื้นที่สวนเอกชน มีลักษณะเป็นทางเวียนจากถนนสุขสวัสดิ์ระดับพื้นดินขึ้นสู่สะพานยกระดับที่มีแนวเส้นทางไปตามแนวศูนย์กลางถนนสุขสวัสดิ์ ไต่ระดับขึ้นพาดผ่านทางพิเศษเฉลิมมหานคร พร้อมทั้งลอดใต้ทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง แล้วเข้าเชื่อมต่อกับทางสายประธานก่อนถึงจุดตัดถนนราษฎร์บูรณะ
ทางลงสู่ถนนสุขสวัสดิ์ เป็นทางลงสำหรับการจราจรในทิศทางจากฝั่งพระนครมุ่งหน้าฝั่งธนบุรี โดยเป็นทางลาดแยกออกจากทางประธานเมื่อผ่านข้ามถนนราษฎร์บูรณะ จากนั้นแนวทางลงจะลดระดับจากทางสายประธานลงจนถึงจุดข้ามถนนสุขสวัสดิ์ แล้วจึงเบนเข้าไปหาด่านสุขสวัสดิ์ในปัจจุบัน แล้วเวียนเป็นแนวโค้งอ้อมรอบด่านสุขสวัสดิ์พร้อมทั้งลดระดับลงบรรจบกับถนนสุขสวัสดิ์บริเวณใกล้ทางแยกถนนสุขสวัสดิ์ - ถนนประชาอุทิศ
การออกแบบโครงสร้าง ลักษณะของโครงสร้างจะออกแบบให้เป็นระบบเดียวกันให้มากที่สุด เพื่อประหยัดและง่ายในการก่อสร้าง รวมถึงมีความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม แต่ก็ยังคำนึงข้อจำกัดของสภาพพื้นที่แต่ละแห่ง ได้แก่
- สภาพภูมิประเทศในแต่ละพื้นที่ที่ทำการก่อสร้าง
- ช่วงความยาวที่ข้ามบริเวณที่ไม่สามารถก่อสร้างถนนบนดินได้
- ข้อจำกัดของเขตทาง
- การก่อสร้างบนถนนที่มีการจราจรแออัด
หลักเกณฑ์ในการกำหนดรูปแบบ
ตัวแปรที่ต้องคำนึงในการพิจารณาเลือกใช้รูปแบบโครงสร้างที่เหมาะสม
- ความสามารถในการใช้งานและปลอดภัย
- ความประหยัด
- ความง่ายในการก่อสร้าง
- การบำรุงรักษาน้อยกว่า
- ความสวยงาม
การออกแบบสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา
ตำแหน่งของสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ของโครงการ มีลักษณะเป็นสะพานคู่ขนานตั้งอยู่ทางด้านท้ายน้ำของสะพานพระราม 9 พื้นที่ก่อสร้างสะพานแห่งนี้เป็นพื้นที่เขตทางพิเศษเฉลิมมหานครที่ได้จัดกรรมสิทธิ์ที่ดินไว้แล้วตั้งแต่เมื่อครั้งทำการก่อสร้างสะพานพระราม 9 เนื่องจากสะพานแห่งใหม่มีลักษณะเป็นสะพานคู่ขนานกับสะพานพระราม 9 จึงมีการออกแบบระยะความยาวช่วงสะพานตลอดจนถึงรูปลักษณ์ของสะพานให้มีความสอดคล้องกับสะพานพระราม 9 ในปัจจุบัน ดังนั้น ความยาวช่วงสะพานของสะพานแห่งใหม่ จึงมีลักษณะเป็นสะพานขึงที่มีความยาวช่วงสะพาน เท่ากับ 450 เมตร เพื่อให้ตำแหน่งเสาสูง และเสาตอม่อมีการจัดเรียงตำแหน่งเหมือนกับสะพานพระราม 9 ปัจจุบัน
สะพานแห่งใหม่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา จะเป็นโครงสร้างสำคัญที่รองรับปริมาณจราจรระหว่างโครงข่ายระบบทางด่วนบนฝั่งพระนครกับถนนสายหลักย่านฝั่งธนบุรี โดยจะมีการจราจรเข้ามาใช้เส้นทางอย่างหนาแน่น ทั้งในเวลาและนอกเวลาชั่วโมงเร่งด่วนเช้า - เย็น ปัญหาสำคัญประการหนึ่งที่มีผลต่อความจุช่องจราจรสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา คือ การที่มีรถบรรทุกเข้ามาใช้เส้นทางเป็นจำนวนมากนอกชั่วโมงเร่งด่วน โดยรถบรรทุกมีการเคลื่อนตัวผ่านสะพานสูงชันได้อย่างเชื่องช้าเพราะสะพานลาดชันและรถได้บรรทุกสินค้าที่มีน้ำหนักบรรทุกมากมาด้วย จึงมีความจำเป็นในการจัดให้มีช่องจราจรพิเศษสำหรับรถบรรทุกหนักขึ้นสะพาน ตั้งแต่บริเวณเชิงลาดมาจนถึงส่วนของสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้การระบายการจราจรผ่านสะพานแห่งใหม่ข้ามแม่น้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดสภาพคอขวดบนสะพาน ดังนั้น รูปตัดสะพานจึงมีขนาด 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง รวม 8 ช่องจราจร โดยเป็นช่องจราจรพิเศษสำหรับรถบรรทุก 1 ช่องจราจรต่อทิศทาง อยู่ด้านซ้ายสุดของสะพานในแต่ละทิศทาง และไหล่ทาง 1 ด้าน รวมความกว้างในแต่ละทิศทางเท่ากับ 13.0 เมตร
สะพานพระราม 9 เป็นสะพานสำคัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์ การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ในลักษณะสะพานคู่ขนานจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการออกแบบรูปลักษณ์ของสะพานคู่ขนานไม่ให้ขัดแย้งกับสะพานพระราม 9 ทั้งในด้านตำแหน่ง ความสูง และรูปร่างของเสาสูงสะพาน (Pylon) ความหนาของโครงสร้างสะพาน การเรียงแนวสายเคเบิ้ลรั้งโครงสร้างสะพาน และตำแหน่งของตอม่อสะพานขึงที่อยู่บนฝั่ง
ด้านจราจร
ในการศึกษาสภาพการจราจรและขนส่ง ได้กำหนดพื้นที่ศึกษาครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และได้กำหนดพื้นที่อิทธิพลของโครงการครอบคลุมพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ เขตจอมทองของฝั่งธนบุรี และพื้นที่เขตยานนาวา เขตบางคอแหลม และเขตสาทรของฝั่งพระนคร
การคาดการณ์ปริมาณจราจรในอนาคตของพื้นที่ศึกษา พิจารณาทั้งในกรณีไม่มีโครงการทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง แต่มีโครงการของหน่วยงานอื่นตามแผนพัฒนาฯ และกรณีมีโครงการทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง และโครงการของหน่วยงานอื่นตามแผนพัฒนาฯ สรุปได้ดังนี้
กรณีไม่มีโครงการ สภาพปัญหาจราจรบนสะพานพระราม 9 ไม่ว่าจะทิศเข้าเมืองในตอนเช้าและทิศออกเมืองในตอนเย็น ไม่อาจบรรเทาปัญหาจนเป็นที่น่าพอใจด้วยสะพานข้ามแม่น้ำแห่งอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากสะพานเหล่านั้นยังไม่สอดคล้องกับการเดินทางเข้า - ออกเมืองระหว่างพื้นที่ชั้นในย่านธุรกิจกับพื้นที่แถบถนนพระรามที่ 2 ความต้องการใช้ทางพิเศษข้ามแม่น้ำไปยังจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ยังคงมีสูงมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มความสามารถของทางพิเศษให้ตอบสนองการเดินทางได้
กรณีมีโครงการ โครงการจะส่งผลให้สภาพการจราจรโดยรวมของกรุงเทพมหานครดีขึ้น และช่วยบรรเทาปริมาณจราจรบนสะพานพระราม 9 ให้ลดลงจากกรณีไม่มีโครงการ
ดังนั้น โครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง จะช่วยบรรเทาปริมาณจราจรบนสะพานพระราม 9 และพื้นที่ต่อเนื่องให้ลดลง เนื่องจากความสามารถในการรองรับความต้องการในการเดินทางมีอย่างเพียงพอ
ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม
การพัฒนาโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง นอกจากจะคำนึงถึงความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางแล้ว ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วย ดังนั้น ทางโครงการจึงได้ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและผลกระทบ รวมทั้งมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมดำเนินการตามแนวทางการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยศึกษาครอบคลุมทั้งทางด้านกายภาพ ชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์และคุณภาพชีวิต ทั้งในระยะก่อสร้างและภายหลังการเปิดดำเนินการ
ในระยะก่อสร้าง ผลกระทบส่วนใหญ่เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นชั่วคราวในระหว่างการก่อสร้าง โดยผลกระทบจากการเวนคืนและการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างนั้นจะมีการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งมีการชดเชยราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม |
|
มาตรการลดผลกระทบ |
การเวนคืนและการโยกย้ายที่อยู่อาศัย |

|
- ดำเนินการจ่ายเงินทดแทนตาม พ . ร . บ . ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ . ศ .2530
- ใช้พื้นที่เขตทางเดิมให้มากที่สุด
|
เสียงดังที่เกิดจากการก่อสร้าง |
|
- ปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมการจัดระบบจราจรทางบก และดำเนินการให้สอดคล้องกับระเบียบปฏิบัติตามประกาศของ กทม . เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ในการก่อสร้างอาคารและสาธารณูปโภค พ . ศ .2539
|
ฝุ่นละอองจากการขนส่งและการก่อสร้าง |
|
- ปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบอย่างเคร่งครัด เช่น ฉีดพรมน้ำ ล้างล้อยานพาหนะ และปิดคลุมวัสดุก่อสร้างที่ฟุ้งกระจายได้ในขณะขนส่ง
|
ผลกระทบต่อศาสนสถานและโบราณสถาน |
|
- ใช้เข็มเจาะแทนเข็มตอก และควบคุมการก่อสร้างไม่ให้รบกวนการประกอบศาสนกิจและการอยู่อาศัย
- ออกแบบโครงสร้างบริเวณใกล้วัดสารอดเป็นเสารูปตัว Y เพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างฐานรากโครงการกับวัด
|
ความเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพของคนงานก่อสร้างและประชาชนในบริเวณใกล้เคียง |
|
- ปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบตามแผนปฏิบัติการลดผลกระทบด้านเสียง คุณภาพอากาศ การจัดการด้านการจราจร และแผนงานด้านความปลอดภัยในการก่อสร้าง
- จักสภาวะการทำงานที่เหมาะสมในพื้นที่ก่อสร้าง มีสุขาภิบาลสิ่วแวดล้อมที่ดีในที่พักคนงาน และจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลแก่คนงาน
|
|
ส่วนภายหลังการเปิดดำเนินการนั้น ผลกระทบโดยรวมอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจยิ่งขึ้น จึงได้กำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อโครงการเปิดดำเนินการ ดังนี้
ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม |
|
มาตรการลดผลกระทบ |
เสียงดังจากยานพาหนะที่เข้ามาใช้เส้นทาง |

|
- ติดตั้งกำแพงกั้นเสียง ออกแบบสะพานเพื่อลดเสียงจากยานพาหนะที่แล่นผ่านรอยต่อสะพาน พร้อมทั้งจำกัดความเร็วของยานะพาหนะและปลูกต้นไม้เพื่อช่วยลดระดับเสียง
|
ผลกระทบต่อศาสนสถานในบริเวณใกล้เคียง |
|
- กำหนดให้ปลูกต้นไม้ตามแนวรั้วศาสนสถานที่อาจได้รับผลกระทบจากโครงการ เช่น บริเวณวัดสา รอด
|
ความเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง |
|
- ซ่อมบำรุงและดูแลสภาพถนนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งจัดให้มีแผนงานด้านความปลอดภัย และแผนฉุกเฉินสำหรับการดำเนินงานที่เหมาะสม
|
|
ด้านเศรษฐศาสตร์ การเงิน
นอกจากการพิจารณาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังได้พิจารณาถึงความเหมาะสมในการลงทุนของโครงการทั้งในด้านเศรษฐกิจ และด้านการเงิน โดยโครงการทางด่วนสายทางพิเศษศรีรัช - ดาวคะนอง มีค่าลงทุนประมาณ 10,701 ล้านบาท โดยเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 415 ล้านบาท ค่าออกแบบ ก่อสร้าง และควบคุมงาน 10,286 ล้านบาท
การวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจ
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผลการวิเคราะห์ดัชนีตัวชี้วัดต่างๆ ทางเศรษฐศาสตร์ สรุปได้ดังนี้
- มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 5 ,581 ล้านบาท
- อัตราผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจ (Economic Internal Rate of Return : EIRR) เท่ากับ 17.75 %
- อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (Benefit/Cost Ratio : B/C Ratio) เท่ากับ 1.81
- ระยะเวลาคืนทุน ( Payback Period ) เท่ากับ 17 ปี
การวิเคราะห์ด้านการเงิน
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบว่าโครงการมีความคุ้มค่าทางด้านการเงินมากพอที่จะลงทุนหรือไม่ ซึ่งสรุปได้ว่า ทางเลือกการลงทุนที่เหมาะสมที่สุด คือ การทางพิเศษฯ เป็นผู้ดำเนินโครงการ โดยรัฐบาลให้เงินอุดหนุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดและค่าก่อสร้างร้อยละ 80 เป็นเงิน 8,163 ล้านบาท โดยมีผลการวิเคราะห์ด้านการเงินดังนี้
- อัตราผลตอบแทนทางการเงิน (Financial Internal Rate of Return : FIRR) เท่ากับ13 .39%
- มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 561 ล้านบาท
- อัตราส่วนรายได้ต่อต้นทุน (Revenue/Cost Ratio : R/C Ratio) เท่ากับ 1.05
- ระยะเวลาคืนทุน (Pay Back Period) เท่ากับ 19 ปี
แผนการดำเนินโครงการภายหลังการศึกษาความเหมาะสมฯแล้วเสร็จ
- คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินโครงการ
- การออกแบบรายละเอียด
- การออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนและการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน
- การก่อสร้างจะใช้เวลาประมาณ 30 เดือน โดยต้องดำเนินการด้านมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการก่อสร้างโครงการ
- การเปิดให้บริการ
|