ข่าวประชาสัมพันธ์
-
แนวเส้นทางด่วนปรับแบบใหม่
ปัจจุบันโครงการระบบขนส่งมวลชนและทางด่วน เชื่อมโยงฝั่งกรุงเทพฯ และธนบุรี มีความคืบหน้าในการออกแบบรายละเอียดไปมาก รวมทั้งได้มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางในส่วนของระบบทางด่วน เพื่อให้มีการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์และส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด
ในการปรับแบบรายละเอียดใหม่ได้ยกเลิกทางขึ้น-ลงที่ถนนวิภาวดีรังสิต ทำให้เส้นทางของระบบทางด่วน เริ่มจากถนนกาญจนาภิเษก ขนานไปกับถนนบรมราชชนนี ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพระราม 6 และสิ้นสุดที่ทางเชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัช บริเวณบางซื่อ
นอกจากนี้ จุดกลับรถบริเวณหมู่บ้านมัณฑนาและบริเวณเชิงสะพานพระราม 6 ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบทางใหม่ เป็นผลให้จุดกลับรถบริเวณหมู่บ้านมัณฑนาไม่มีการเวนคืนสิ่งปลูกสร้างและที่ดิน ส่วนบริเวณสะพานพระราม 6 จำนวนบ้านเรือนราษฎรที่จะได้รับผลกระทบจากการเวนคืนลดลง
อย่างไรก็ดี แนวเส้นทางของโครงการอาจมีการปรับเปลี่ยนอีกตามความเหมาะสม ดังนั้น หากประชาชนต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา
- โครงการทางด่วนกาญจนาภิเษก - พระราม 6 - ศรีรัช คุ้มค่าลงทุน เชื่อมโยงโครงข่ายตะวันตก-ตะวันออก บรรเทาปัญหาจราจรฝั่งธนฯ
สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ร่วมกับกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาจัดสัมมนาโครงการระบบขนส่งมวลชนและทางด่วนเชื่อมโยงฝั่งกรุงเทพมหานครและธนบุรี 3 ครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานและประชาชนที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 7 ตุลาคม และ 23 พฤศจิกายน 2547 ตามลำดับ
โครงการระบบขนส่งมวลชนและทางด่วนเชื่อมโยงฝั่งกรุงเทพมหานครและธนบุรี (โครงการศึกษาและออกแบบ โครงการระบบทางด่วนทดแทน โครงการทางด่วนสายพญาไท-พุทธมณฑล บนเขตทางรถไฟแห่งประเทศไทย สายบางซื่อ-พระราม 6 เชื่อมโยงกับถนนบรมราชชนนี) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรมและการจราจร เศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการออกแบบรายละเอียด เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมด้านตะวันออก-ตะวันตก โดยมุ่งเน้นการใช้พื้นที่เขตทางของการรถไฟแห่งประเทศไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุดและก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด
เส้นทางของโครงการจะเริ่มจากถนนกาญจนาภิเษก บริเวณใกล้ชุมทางต่างระดับฉิมพลี ขนานไปกับทางรถไฟสายตะวันตก (สายใต้เดิม) ผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพระราม 6 ผ่านถนนประชาราษฎร์ ถนนประชาชื่น และสิ้นสุดที่ทางพิเศษศรีรัช บริเวณบางซื่อ ประกอบด้วยระบบคมนาคม 3 ระบบ ซึ่งเป็นทางเลือกในการเดินทางให้แก่ประชาชน ได้แก่
ระบบราง เป็นทางรถไฟทางคู่ตลอดเส้นทาง และเป็นทางระดับพื้นดินจากสถานีตลิ่งชันถึงสถานีบางบำหรุ จากนั้นจะเป็นทางรถไฟยกระดับข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู่สถานีบางซ่อน และสิ้นสุดที่สถานีบางซื่อ
ทางด่วน เป็นทางด่วนยกระดับ 6 ช่องจราจรตลอดเส้นทาง มีจุดขึ้น-ลง 7 แห่ง และจะเชื่อมต่อกับทางยกระดับบรมราชชนนีและทางพิเศษศรีรัช
ถนนเลียบทางรถไฟ เป็นถนนพื้นผิวแอสฟัลต์คอนกรีต 2 ช่องจราจรและเดินรถทางเดียวตลอดเส้นทาง ขนานไปกับทางรถไฟทั้งฝั่งซ้ายและขวา โดยฝั่งธนบุรี มีจุดกลับรถระดับพื้นดิน 4 แห่ง และสะพานกลับรถ 3 แห่ง ส่วนฝั่งกรุงเทพฯ มีจุดกลับรถระดับพื้นดิน 4 แห่ง
จากการศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรมและการจราจร พบว่า หากโครงการแล้วเสร็จจะสามารถรองรับปริมาณการจราจรได้อย่างเพียงพอคือ ในปี พ.ศ. 2564 จะรองรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลประมาณวันละ 104,500 คัน ผู้โดยสารรถไฟชานเมืองประมาณวันละ 156,000 คน โดยสถานีที่มีผู้ใช้บริการสูงสุดจะอยู่ระหว่างสถานีบางบำหรุถึงสถานีบางซื่อ
และจากการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์พบว่า โครงการระบบขนส่งมวลชนและทางด่วนเชื่อมโยงฝั่งกรุงเทพมหานครและธนบุรีคุ้มค่าแก่การลงทุน โดยผลประโยชน์ที่เกิดจากการพัฒนาประเทศจะมากกว่าต้นทุนที่ใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถ และลดความสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม ซึ่งให้ผลตอบแทนทางการเงินดีที่สุดควรจะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน
สำหรับการศึกษาด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น พบว่า เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้วผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดแนวเส้นทางโครงการครอบคลุมทั้งด้านกายภาพ ชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณภาพชีวิต ส่วนใหญ่มีผลกระทบอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี เพื่อให้ประชาชนมั่นใจยิ่งขึ้น จึงมีการวางแผนเตรียมมาตรการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นด้วย
ทั้งนี้ โครงการนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยการบูรณาการจากทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำทางความคิด สื่อมวลชน และที่สำคัญยิ่งคือ ภาคประชาชน ซึ่งล้วนส่งผลให้โครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง
|