นอกเหนือจากการพิจารณาความเหมาะสมด้านวิศวกรรมแล้ว ยังมีการพิจารณาถึงความคุ้มค่าในการลงทุน โดยพิจารณาจากเงินลงทุนโครงการและดัชนีตัวชี้วัดต่างๆ ทางเศรษฐศาสตร์ เป็นดังนี้

  • ค่าก่อสร้างระบบรางประมาณ 10 ,400 ล้านบาท ค่าก่อสร้างระบบทางด่วนประมาณ 1 3 , 0 00 ล้านบาท และค่าก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟประมาณ 4 7 0 ล้านบาท สำหรับค่าเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จะพิจารณาใช้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 รวมประมาณ 4,900 ล้านบาท
  • สำหรับดัชนีตัวชี้วัดต่างๆ ทางเศรษฐศาสตร์ของระบบรางจากสถานีบางซื่อถึงสถานีนครปฐมและระบบทางด่วน คือ
  • มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value หรือ NPV) เท่ากับ 17,13 4 ล้านบาท
  • อัตราส่วนระหว่างมูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์ต่อค่าใช้จ่าย (Benefit/Cost Ratio หรือ B/C Ratio) เท่ากับ 1.45
  • และอัตราผลตอบแทนด้านเศรษฐศาสตร์ของโครงการ (Economic Internal Rate of Return หรือ EIRR) เท่ากับ 16.2 %

จากเงินลงทุนและดัชนีข้างต้นพบว่า โครงการระบบขนส่งมวลชนและทางด่วนเชื่อมโยงฝั่งกรุงเทพมหานครและธนบุรี คุ้มค่า แก่การลงทุน โดยผลประโยชน์ที่เกิดจากการพัฒนาประเทศจะมากกว่าต้นทุนที่ใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถ และลดความสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาประเทศในภาพรวมด้วย

และถ้าพิจารณารูปแบบการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนด้านการเงินที่ดีที่สุด จะเป็นรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐต้องจ่ายค่าชดเชยในการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์และอัตราส่วนระหว่างเงินกู้ต่อเงินทุนเท่ากับ 2 :1

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 

ท่านเป็นผู้เข้าชมลำดับที่ Heidelberg
Heidelberg